ความรู้สำหรับผู้ที่สนใจเป็นช่างเชื่อม

ช่างเชื่อม Welding เป็นที่ต้องการของตลาด แต่ไม่มีคนอยากเรียน เพราะเป็นสาขาที่เรียนหนัก พอจบออกไปก็ต้องทำงานกลางแจ้ง บางคนมองว่า เรียนหนัก งานก็หนักตามไปด้วย ผู้ปกครองหลายคนก็ไม่นิยมส่งลูกเรียนสาขานี้ และนิยมให้ลูกหลานต้องเรียนจบปริญญาตรีถึงจะประสบความสำเร็จมีหน้าที่การงานที่ดี  ทั้งๆ ที่จบสาขานี้ออกไปโอกาสมีงานทำสูงและมีรายได้ดีอย่างแน่นอน เพราะเป็นสาขาขาดแคลน ที่สำคัญตลาดยังต้องการอีกมาก

     รายได้ของช่างเชื่อม Welding นั้น จะได้ค่อนข้างดี ในงานเชื่อมบางงานที่ต้องใช้ฝีมือสูงอาจจะไม่ได้ได้ค่าจ้างเป็นเดือน แต่ได้เป็นชิ้นๆ ไป ดังนั้น ชิ้นงานใดที่มีความยากและใช้ความละเอียดสูงก็จะได้ค่าตอบแทนที่สูงขึ้นตาม แต่ถ้ารับเงินในรูปแบบเงินเดือนจากบริษัท จะขึ้นอยู่กับฐานเงินเดือนบริษัทนั้นๆ ด้วยว่าจะให้ฐานเงินเดือนเท่าไหร่และโอทีต่อชั่วโมงเท่าไหร่ แต่โดยส่วนมากฐานเงินเดือนของช่างเชื่อม Welding ก็จะอยู่ประมาณ 15,000 บาท ไม่รวมโอที ดังนั้น ถ้ารวมโอทีด้วยรายได้ต่อเดือนอาจจะถึง 30,000บาท แต่หากช่างเชื่อมที่ได้เข้าไปทำงานในบริษัทญี่ปุ่น ฐานเงินเดือนก็จะต่างจากนี้มาก  และหากได้รับโอกาสไปเป็นช่างเชื่อมที่ต่างประเทศเงินเดือนอาจจะถึงหลักแสนด้วยซ้ำ

ดังนั้น ก่อนที่จะเริ่มเรียนสาขา ช่างเชื่อม Welding ควรรู้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการเชื่อมดังนี้

กระบวนการการเชื่อม

การเชื่อมอาร์ค

เป็นกระบวนการเชื่อมที่ใช้แหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้าในการสร้างอาร์คระหว่างอิเล็กโทรดกับชิ้นงานโลหะที่จะเชื่อม กระบวนการเชื่อมอาร์คนี้สามารถแบ่งแยกย่อย ได้อีกหลายกระบวนการ ซึ่งแต่ละกระบวนการมีลักษณะแตกต่างกัน เช่น การกระแสไฟฟ้าที่ใช้มีการใช้ทั้งกระแสตรงและกระแสสลับ อิเล็กโทรดที่ใช้มีทั้งแบบสิ้นเปลือง  และไม่สิ้นเปลือง  แนวเชื่อมอาจมีการปกคลุมด้วยแก๊สปกคลุม ที่มีคุณสมบัติเฉื่อยหรือกึ่งเฉื่อย หรืออาจปกคลุมด้วยวัสดุอื่นๆ เช่นแสลกและฟลักซ์

การเชื่อมแก๊ส

กระบวนการเชื่อมแก๊สที่ใช้แพร่หลายมากที่สุดคือ การเชื่อมออกซิเจน ถือว่าเป็นงานเชื่อมที่มีกระบวนการเชื่อมที่เก่าแก่และมีความยืดหยุ่นมากที่สุด แต่ในปัจจุบัน สำหรับงานระดับอุตสาหกรรมแล้ว กระบวนการเชื่อมออกซิเจนได้รับความนิยมน้อยลง เว้นแต่การเชื่อมท่อ และการเชื่อมเพื่อซ่อมบำรุงที่ยังมีการใช้อยู่

ช่างเชื่อม Welding จะสังเกตเห็นได้ว่าเครื่องมือที่ใช้ในกระบวนการเชื่อมออกซิเจนมักมีราคาไม่แพง และไม่ซับซ้อน เมื่อเทียบกับกระบวนการเชื่อมอื่นๆ ซึ่งโดยทั่วไปกระบวนการนี้จะใช้การเผาไหม้ระหว่าง อะซิเตลีน และออกซิเจน เพื่อสร้างเปลวเพลิงที่มีอุณหภูมิสูงได้ถึง 3100 องศา แต่เนื่องจากเปลวเพลิงที่เกิดขึ้นนี้มีหนาแน่นต่อพื้นที่ต่ำกว่าการเชื่อมอาร์ค ทำให้การเย็นตัวของแนวเชื่อมช้ากว่า นำไปสู่การเกิดความเค้นตกค้างมากกว่า ส่งผลให้เกิด การบิดเสียรูป

การเชื่อมต้านทาน

เป็นการเชื่อมที่สร้างความร้อนจากการผ่านกระแสไฟฟ้าผ่านโลหะที่มีความต้านทานไฟฟ้า ซึ่งบริเวณที่มีความต้านทานสูงคือบริเวณรอยที่ผิวโลหะคนละชิ้นมาสัมผัสกัน จะเกิดความร้อนสูงสุด ทำให้โลหะหลอมละลายเกิดเป็นบ่อหลอมเชื่อมต่อโลหะทั้งสองชิ้นเข้าด้วยกันที่มีกระแสไฟฟ้า (1000–100,000 A) ไหลผ่านโลหะโดยทั่วไปกระบวนการเชื่อมนี้ทำให้เกิดมลพิษต่ำ แต่มีข้อจำกัดด้านการใช้งานที่ไม่หลากหลาย และอุปกรณ์มีราคาแพง

การเชื่อมด้วยลำเลเซอร์

คือกระบวนการหนึ่งของการเชื่อมวัสดุ โดยใช้พลังงานจากลำเลเซอร์หลอมชิ้นงานบริเวณที่ ลำเลเซอร์ตกกระทบ โดยพลังงานที่เข้าสู่ชิ้นงานมีความหนาแน่นสูง ทำให้สามารถเชื่อมโดยรอยเชื่อมแคบและลึกได้ เหมาะกับการเชื่อมงานที่ต้องการการซึมลึก

การเชื่อมเทอร์มิท

เป็นกระบวนการเชื่อมที่ใช้มากในการเชื่อมต่อรางรถไฟ อาศัยการหลอมผงเหล็กและอะลูมิเนียมที่อุณหภูมิประมาณ 2450°

อันตรายจากงานเชื่อม

การเชื่อมอาจเป็นอันตรายและส่งผลเสียต่อสุขภาพของช่างเชื่อม Welding หากขาดความระมัดระวังในการปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตามการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ป้องกันสมัยใหม่ก็ลดความเสี่ยงต่างๆ ลงอย่างมาก

เนื่องจากหลาย ๆ ขั้นตอนการทำงานของกระบวนการเชื่อมเกี่ยวข้องกับกระแสไฟฟ้าหรือเปลวไฟ จึงเสี่ยงต่อการเผาไหม้และเพลิงไฟ เพื่อเป็นการป้องการการบาดเจ็บ ช่างเชื่อม Welding สวมอุปกรณ์ป้องกัน อย่างเช่นถุงมือหนัง เสื้อแขนยาว ซึ่งป้องกันร่างกายของผู้ปฏิบัติงานให้ไม่สัมผัสกับความร้อนและเปลวไฟ นอกจากนี้แสงจ้าที่เกิดจากการเชื่อมมีรังสีอัลตราไวโอเลต ยังเป็นอันตรายต่อดวงตา จึงพบเห็นได้ว่าช่างเชื่อม Welding มีการสวมหน้ากากป้องกันใบหน้าและมีแผ่นป้องกันรังสีและแสงจ้าสำหรับดวงตารวมถึงป้องกันความเสี่ยงที่จะมีปัญหาต่อโรคทางเดินระบบหายใจร้ายแรง ระบบประสาทและระบบสืบพันธุ์