เครื่อง CNC แตกต่างจากเครื่องจักรทั่วไปอย่างไร

ความหมายของ CNC (ซี เอ็น ซี)

CNC ซึ่งย่อมาจาก Computer Numerical Control คือระบบการควบคุมเครื่องจักรแบบมีคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถสูงเพิ่มเข้าไปภายในระบบทำให้สามารถจัดเก็บข้อมูลที่ป้อนเข้าในระบบเอ็นซี และประมวลผลข้อมูลเพื่อผลลัพธ์ที่ได้ไปควบคุมเครื่องจักรกล

หลักการทางานของเครื่องจักรกล ซีเอ็นซี

ก่อนที่ช่างเทคนิค CNC จะใช้งานเครื่อง ควรรู้หลักการทางานของเครื่องจักรกลซีเอ็นซีก่อนว่า จะคล้ายคลึงกับเครื่องจักรกลทั่ว ๆ ไปคือพื้นฐานเบื้องต้นของการทำงานของเครื่องจักรกลซีเอ็นซีจะทำการผลิตชิ้นงานเหมือนกับเครื่องจักรกลทั่วไปแต่จะแตกต่างกันดังนี้

เครื่องจักร ซี เอ็น ซี

-ชุดแปลงสัญญาณไฟฟ้า

-โปรแกรม

-ชุดควบคุม

-ชุดตรวจวัดและส่งสัญญาณป้อน

-การควบคุมการทำงานของเครื่องซีเอ็นซีจะใช้ คอมพิวเตอร์ควบคุมการทำงานในขั้นตอนต่าง ๆ แทนที่จะใช้ช่างเทคนิค CNC ควบคุมเครื่อง ส่วนของการควบคุมเครื่องจักรแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ

– การควบคุมการเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่ต้องการ

– การควบคุมความเร็วของการเคลื่อนที่

ความแตกต่างระหว่างเครื่องจักรกลทั่วไปกับซีเอ็นซี

หลักการทางานของเครื่องจักรกลทั่วไป

เครื่องจักรกลทั่วไปจะต้องใช้ช่างควบคุมเครื่องในการหมุนเลื่อนโต๊ะงาน เพื่อเลื่อนคมตัดหรือชิ้นงานให้เคลื่อนที่ไปตามระยะที่ต้องการ เมื่อเสร็จสิ้นการทำงานแล้วก็จะได้ชิ้นงานที่มีรูปทรงและขนาดตามความต้องการ ซึ่งช่างควบคุมเครื่องจะต้องคอยเฝ้าดูตำแหน่งของคมตัดที่สัมผัสกับเส้นรอบรูปบนชิ้นงานที่กำลังตัดเฉือนอยู่ตลอดเวลา และในการเปลี่ยนตำแหน่งของคมตัด ช่างจะต้องหมุนมือหมุน เพื่อควบคุมการเคลื่อนที่ของแท่นเลื่อนต้องคอยสังเกตคมตัด เพื่อตรวจสอบตำแหน่งของชิ้นงานกับคมตัด และเมื่อได้ตำแหน่งที่ต้องการแล้ว ช่างก็จะหยุดหมุนมือหมุน คมตัดก็จะหยุดเคลื่อนที่ ซึ่งภาษาทางเทคนิค เรียกการทำงานนี้ว่า การควบคุม (Control)

นอกเหนือจากการควบคุมตำแหน่งของชิ้นงานกับเครื่องมือตัดแล้ว ช่างยังต้องควบคุมอัตราป้อนซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุชิ้นงาน วัสดุของเครื่องมือตัดและตำแหน่งของคมตัดด้วย ซึ่งในบางครั้งช่างจะต้องลดอัตราป้อนลงเมื่อใกล้จะถึงตำแหน่งที่ต้องการ เพื่อให้ได้ตำแหน่งที่ถูกต้องจริง ๆ นอกจากนี้จะต้องคอยปรับความเร็วรอบและตำแหน่งของการหล่อเย็นให้ถูกต้องอีกด้วย

 หลักการทางานของเครื่องจักรกลเอ็นซีหรือซีเอ็นซี

การที่เครื่องจักรกลซีเอ็นซีจะทำงานได้นั้น ระบบควบคุมของเครื่องจะต้องได้รับคำสั่งจากช่างเทคนิค CNC เป็นภาษาที่ระบบควบคุมเข้าใจได้เสียก่อนว่าจะให้เครื่องจักรกลซีเอ็นซีทำอะไร ดังนั้นช่างเทคนิค CNC จึงจำเป็นจะต้องป้อนโปรแกรม เข้าไปในระบบควบคุมของเครื่องผ่านแป้นพิมพ์  หรือเทปแม่เหล็ก เมื่อระบบควบคุมอ่านโปรแกรมที่ป้อนเข้าไปแล้ว ก็จะนำไปควบคุมให้เครื่องจักรกลทำงานโดยอาศัยมอเตอร์ป้อน   เพื่อให้แท่นเลื่อนเคลื่อนที่ได้ เช่น เครื่องกลึงซีเอ็นซี ก็จะมีมอเตอร์ในการเคลื่อนที่ 2 ตัว หรือเครื่องกัดซีเอ็นซีจะมีมอเตอร์ป้อน 3 ตัว จากนั้นระบบควบคุมอ่านโปรแกรมแล้ว ก็จะเปลี่ยนรหัสโปรแกรมนั้นให้เป็นสัญญาณทางไฟฟ้าเพื่อไปควบคุมให้มอเตอร์ทำงาน แต่เนื่องจากสัญญาณที่ออกจากระบบควบคุมนี้มีกำลังน้อย ไม่สามารถไปหมุนขับให้มอเตอร์ทำงานได้ ดังนั้น จึงต้องส่งสัญญาณนี้เข้าไปในภาคขยายสัญญาณของระบบขับ และส่งสัญญาณต่อไปยังมอเตอร์ป้อนแนวแกนที่ต้องการเคลื่อนที่ ตามที่โปรแกรมกำหนด ความเร็วและระยะทางการเคลื่อนที่ของแท่นเลื่อน ช่างเทคนิค CNC จะต้องกำหนดให้ระบบควบคุมรู้  เนื่องจากระบบควบคุมซีเอ็นซีไม่สามารถมองได้ ซึ่งจะแตกต่างกับช่างเทคนิค CNC ที่อาศัยสายตามองดูตำแหน่งของคมตัดกับชิ้นงาน ก็จะรู้ว่าต้องเลื่อนแท่นเลื่อนไปอีกเป็นระยะทางเท่าใด ดังนั้น จึงต้องออกแบบอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่สามารถจะบอกตำแหน่งของแท่นเลื่อนให้ระบบควบคุมได้รู้ อุปกรณ์ชุดนี้เรียกว่า ระบบวัดขนาด (Measuring System) ซึ่งประกอบด้วยสเกลแนวตรง มีจำนวนเท่ากับจำนวน 6 แนวแกนในการเคลื่อนที่ของเครื่องจักรกล ทำหน้าที่ส่งสัญญาณไฟฟ้าที่สัมพันธ์กับระยะทางที่แท่นเลื่อนเคลื่อนที่กลับไปยังระบบควบคุม ทำให้ระบบควบคุมรู้ว่าแท่นเลื่อนเคลื่อนที่ไปเป็นระยะทางเท่าใด

จากหลักการควบคุมการทำงานดังกล่าว ทำให้เครื่องจักรกลซีเอ็นซีสามารถผลิตชิ้นงานให้มีรูปร่างและรูปทรงให้มีขนาดตามที่ต้องการได้โดยไม่ต้องมีช่างเทคนิค CNC ควบคุมตลอด เนื่องจากการสร้างและการทำงานที่เหนือกว่าเครื่องจักรกลทั่วไป

 องค์ประกอบของเครื่องจักรซีเอ็นซี

ส่วนใหญ่เครื่องจักรซี เอ็น ซี จะมี องค์ประกอบ 3 ส่วนหลักๆ คือ

– ชุดควบคุมการทางาน

– ระบบกลไกในการเคลื่อนที่

– ตัวเครื่องจักร

ชุดควบคุม ซี เอ็น ซี

ชุดควบคุมหรือ “คอนโทรลเลอร์” หรือ หน่วยควบคุมเครื่องจักร (MCU) ของเครื่องซีเอ็นซี เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถจัดเก็บโปรแกรม  และแก้ไขดัดแปลงโปรแกรมได้  คอมพิวเตอร์เข้าใจโปรแกรมที่ป้อนและทำการควบคุมเครื่องจักรให้ทางานตามคำสั่งในโปรแกรม เอ็น ซี นอกจากนี้ยังทำการประมวลและคำนวณข้อมูลและโค้ด  และควบคุมการทำงานโดยผ่านระบบเชื่อมโยง

หน้าที่ของช่างเทคนิค CNC

1.สามารถเขียนโปรแกรม CNC ได้
2. อ่าน Drawing และเข้าใจอย่างถูกต้อง
3. Set Up งานบนเครื่องจักรได้อย่างถูกต้อง

  1. ผลิตงานตาม Drawing ที่ได้รับมอบหมายให้ถูกต้องและทันเวลา

5.สามารถควบคุมและแก้ไขปัญหาเวลาเครื่องจักรบกพร่องได้

ช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรม ผู้ช่วยสำคัญของวิศวกร

ช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรม คือ ผู้ช่วยวิศวกรควบคุมประสิทธิภาพ ควบคุมสายงานการผลิต การใช้และการบำรุงรักษาต่างๆ จากสภาวการณ์ทางการตลาดที่มีการแข่งขันทางธุรกิจในระดับสูงทั้งในระดับประเทศ และระหว่างประเทศ จําเป็นอย่างยิ่งที่สถานประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์หรืออุตสาหกรรมอาหาร จะต้องควบคุมประสิทธิภาพการผลิตให้มีคุณภาพได้มาตรฐานและมีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่ลดลง เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในด้านการแข่งขัน และการส่งออกของสินค้าอุตสาหกรรมของประเทศ เพราะฉะนั้นช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรมควบคุมประสิทธิภาพการผลิตจึงเป็นอาชีพที่มีความสําคัญ และสถานประกอบการยังมีความต้องการสําหรับผู้ที่ประกอบอาชีพนี้

ช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรมแบ่งแผนกได้ 6 ประเภทงานใหญ่ๆ ได้แก่

1.ช่างเทคนิควิศวกรรมไฟฟ้า (Electrical Engineering Technician)

2.ช่างเทคนิควิศวกรรมเครื่องกล (Mechanical Engineering Technician)

3.ช่างเทคนิควิศวกรรมเครื่องยนต์  (Automotive Engineering Technician)

4.ช่างเทคนิควิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Engineering Technician)

5.ช่างเทคนิควิศวกรรมเคมี (Vocational Chemical Engineering Technician )

6.ช่างเทคนิควิศวกรรมโยธา (Civil Engineering Technician )

โอกาสทางวิชาชีพของช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรม

1.งานราชการ และรัฐวิสาหกิจ เช่น เป็นวิศวกรในกองควบคุมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กองอนามัยสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การประปานครหลวง การเคหะแห่งชาติ การนิคมอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นต้น

2.งานบริษัทเอกชนมีบริษัทวิศวกรที่ปรึกษา บริษัทก่อสร้างที่มีกิจการต่างๆ อยู่โรงงานใหญ่ๆ ดูแลระบบน้ำเสีย บริษัทพลังงานต่างๆ เครื่องยนต์ต่างๆ น้ำมันทำงานบริษัทออกแบบงานระบบของอาคารสูง และอาคารต่างๆ สามารถทำงานกับบริษัทที่ต้องเกี่ยวข้องกับช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรมนั้นเอง

3.อาจารย์ด้านช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรม นักวิจัยหรือถ่ายทอดเทคโนโลยี

4.อาชีพอิสระ เช่น ผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้ดูแลระบบไฟฟ้า งานเครื่องยนต์

5.ทำงานตามโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ในตำแหน่งช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรม ผู้ควบคุมระบบต่างๆ ผู้ควบคุมระบบเทคโนโลยีต่างๆ

แนวโน้มความต้องการช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรมในอนาคต ในยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรม จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้มนุษย์หันมาใช้เครื่องจักรในการผลิตมากขึ้น จนถึงปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตก็ยังเป็นสิ่งที่ประเทศต่าง ๆ ต้องการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง “ช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรม” จึงมีความสำคัญมากต่อระบบอุตสาหกรรม นอกจากการออกแบบเครื่องมือและเครื่องจักรต่าง ๆ แล้ว ช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรมยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ยานยนต์ อากาศยาน เรือ หุ่นยนต์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากผลการสำรวจข้อมูลในครั้งนี้พบว่า งานด้านช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรมมีความต้องการสูงในหลายประเทศทั้งในแถบยุโรป อเมริกาเหนือ-ใต้ และโอเชียเนีย ยกเว้นประเทศในแถบเอเชีย รวมทั้งหมด 19 ประเทศด้วยกัน

หน้าที่สำคัญของการเป็นพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ

ตอนนี้ในการที่เราเลือกทำสินเชื่อ หรือการที่เราไปทำการกู้หนี้ยืมสินกับสถาบันทางการเงินนั้น เราจะเห็นสินเชื่อกันอยู่สองแบบที่กำลังเป็นที่นิยมทำกัน คือ สินเชื่อบุคคล กับสินเชื่อบัตรเครดิต บางคนเลือกทำแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง บางคนทำมันทั้งสองแบบ บางครั้งเราจะได้ยินคำถามว่าจะเป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลหรือเป็นหนี้บัตรเครดิต ทั้งสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตต่างก็เป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องการหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทางธนาคารถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นหนี้เสีย อัตราดอกเบี้ยจึงสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านที่มีบ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ถ้าวันหนึ่งเรามีความต้องการที่จะขอสินเชื่อทั้งสองแบบนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม การหันไปหาบัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคลมันก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่เรามองหา แต่ละแบบนั้นต่างก็มีจุดดีต่างกันไปตามภาวะการเงินของเรานั่นเอง ถ้าเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลก็จะเป็นสินเชื่อที่กำหนดระยะเวลากู้แน่นอน อัตราดอกเบี้ยคงตัวและการชำระเงินรายเดือนเท่าๆกัน การกู้นี้อาจจะได้เป็นเงินสดหรือไม่ก็ได้ หรือเป็นสิ่งของที่เราจำเป็นต้องใช้โดยตรงก็ได้ เช่น การซื้อสินค้าด้วยบัตรผ่อนสินค้า อัตราดอกเบี้ยสูง แต่ถ้าเป็นพวกสินเชื่อบัตรเครดิตเขาจะให้วงเงินใช้จ่ายผ่านบัตรไม่ใช่เงินสดที่เข้าบัญชี แต่บางทีใช้กดออกมาเป็นเงินสดได้ แต่ค่าธรรมเนียมการกดสูงมาก เป็นบัตรที่แสดงว่าผู้ได้รับบัตรนี้เป็นผู้ที่ธนาคารให้ความเชื่อถือด้านฐานะทางการเงิน ซึ่งจริงๆแล้วมันอาจเป็นเหตุผลทางการตลาดเสียมากกว่า โดยจะกำหนดวงเงินสินเชื่อสูงสุดที่เราสามารถใช้ได้ ส่วนจะได้วงเงินมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับรายได้ของเรา รวมทั้งการจ่ายเงินคืนในแต่ละเดือนจ่ายเต็มหรือจ่ายเพียงขั้นต่ำ เหมือนกับธนาคารเอาเงินออกมาให้เราใช้ จากนั้นก็หาเงินมาใส่คืน เหมือนเงินหมุนเวียนเข้าออก แต่ถ้าชำระคืนน้อยหรือไม่ครบ ก็ถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นในภายหลัง

ส่วนฝ่ายขายนั้นเป็นงานที่มีความสำคัญอย่างมากของบริษัทรวมถึง พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ เนื่องจากเป็นแผนกหาเงินเข้าบริษัท คนที่สนใจด้านงานขายจึงไม่ต้องกลัวตกงานเลย เพราะเป็นตำแหน่งที่ทุกบริษัทต้องการ อย่างไรก็ดี การจะเป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จนั้นจำเป็นต้องมีพื้นฐาน 10 ประการคือ มีทัศนคติที่ดีต่องานขายสินค้าและลูกค้า การมีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพที่คุณทำ ถือเป็นพื้นฐานสำคัญของทุกอาชีพ ซึ่งงานขายนั้นถือว่าเป็นอาชีพที่ต้องใช้ความอดทนและใจรักสูง มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบริษัท สินค้าที่ขาย ประเภทบัตรเครดิตและสินเชื่อ คู่แข่ง การรู้จักศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของทั้งตัวเองและคู่แข่ง ถือว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการขายได้มากขึ้นการมีความสามารถในการขายตามขั้นตอนของการขาย การเปิดการขาย การเสนอขาย การขจัดข้อโต้แย้ง การปิดการขาย ที่จะต้องทำงานอย่างทุ่มเท เพราะงานขายเป็นงานที่ต้องใช้ความสามารถของพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อเองล้วน ๆ เพราะฉะนั้นจึงขึ้นอยู่กับความขยันหรือความทุ่มเทของคุณเองด้วย การเป็นพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจะอยู่นิ่งไม่ได้ ต้องมีความกระตือรือร้นในการขายตลอดเวลารู้จักควบคุมจิตใจ และอารมณ์ให้ได้ เพราะแต่ละวันคุณต้องเจอลูกค้าต่าง ๆ มากมาย มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์การขาย หากใครคิดว่างานขายเป็นงานที่ไม่ต้องใช้สมอง ขอบอกว่าคุณคิดผิดถนัด หากไม่มีความคิดสร้างสรรค์ คุณคงไม่สามารถหากลยุทธ์ต่าง ๆ มาขายสินค้าได้แน่ ๆ และยังมีบุคลิกภาพที่คนอยากเข้าหา นั่นคือ บุคลิกของคนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ ไม่สร้างความอึดอัด หรือความลำบากใจให้กับคนอื่น ๆ เพราะอาชีพคุณเป็นอาชีพที่ต้องเจอคนเป็นหลัก มีสุขภาพกายและจิตดี เหมาะสำหรับรูปแบบการทำงานที่ค่อนข้างเคร่งเครียด กดดัน และวุ่นวายในแต่ละวันกับการต้องพบปะลูกค้าหรือว่าการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มีอุปนิสัยที่คนชอบ นั่นคือนิสัยที่คนอยากอยู่ใกล้ เป็นกันเอง ร่าเริง สนุกสนาน หรือมีน้ำใจ ใครๆ เห็นก็ย่อมยินดีเปิดประตูหรืออ้าแขนรับ

พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อควรแนะนำการเลือกว่า  เวลาใดเราจะเลือกใช้สินเชื่อบุคคล  เวลาใดเราจะใช้บัตรเครดิต เราต้องพิจารณาจากเหตุการณ์ที่ว่าเรานั้นมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นนี้เพียงครั้งเดียวหรือนานๆครั้ง แบบนี้เราควรสินเชื่อบุคคลจะได้เปรียบกว่าการเป็นหนี้บัตรบัตรเครดิต ถึงแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่าก็ตาม คือเราจะกำหนดจำนวนเงินการชำระเงินรายเดือนและระยะเวลาชำระคืนเงินได้ จะทำให้เราเห็นอนาคตข้างหน้าได้ว่าเราจะหมดหนี้ตอนไหน แต่ถ้าเป็นการชำระขั้นต่ำกับบัตรเครดิตนั้นอาจจะทำให้เราติดอยู่กับหนี้ที่วนเวียนกลับไปกลับมา หากำหนดเวลาที่จะหมดหนี้สินนี้ได้ยาก เพราะบัตรเครดิตชำระแล้วก็ดึงออกมาใช้ได้อีก กลับกลายเป็นหนี้ซ้ำเดิม แต่สินเชื่อบุคคลจะบังคับให้เราชำระหนี้เพียงอย่างเดียว แต่เราต้องอดทน แต่มันก็จะทำให้เราหมดหนี้ได้ตามเวลาเป็นการบังคับตีกรอบให้เราในตัว ส่วนการเลือกสินเชื่อบัตรเครดิตพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อควรแนะนำว่า ลูกค้าควรคำนวณแล้วว่ามีค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนไม่มาก หรือสามารถจ่ายได้ครบถ้วนในเวลาอันสั้นอยู่แล้วซึ่งมันคือการวางแผนเอาไว้แล้วว่ารายได้ที่คงเหลือจากค่าใช้จ่ายๆนั้นเหลือพอที่จะจ่ายค่าบัตรเครดิตได้เต็มยอดตามที่ใช้ ถ้าเราสามารถวางแผนได้เช่นนั้นบัตรเครดิตก็จะถือว่าให้ประโยชน์แก่เราอย่างมาก หลายธนาคารมีโปรแกรมแบ่งจ่ายรายเดือนโปรโมชั่นผ่อนดอกเบี้ยต่ำ แต่กรณีการผ่อน 0% ข้อนี้เราต้องศึกษารายละเอียดให้รอบครอบ ว่ามันเป็นการผ่อน 0 % ยังไงมีเงื่อนไขอะไรหรือเปล่า เพราะเดี๋ยวนี้มักมีเกมทางการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องจนเราเองลืมศึกษารายละเอียดให้ดีก่อน การวางแผนใช้บัตรให้เป็นนั้นมีข้อดีคือนอกจากจะไม่เสียดอกเบี้ยแล้วเรายังจะได้แต้มสะสมสำหรับแลกของรางวัลอีกด้วย อย่างเช่นบรรดาแม่บ้านทีเคยใช้จ่ายตามตลาดสดซึ่งค่าใช้จ่ายพวกนี้ มีบัตรหรือไม่มีก็ต้องจ่ายโดยใช้เงินสดเป็นประจำอยู่แล้ว ก็ลองเปลี่ยนดูโดยการไปใช้จ่ายของเหล่านั้นในซูปเปอร์ มาร์เก็ต ดูบ้าง ข้อสำคัญคือ เราต้องไม่จ่ายด้วยบัตรเครดิตจนเกินวงเงินที่เราเคยจ่ายเงินสด เพราะมันจะเกิดปัญหา ยอดเงินสดไม่พอจ่ายบัตรเต็มจำนวน ทำให้ต้องหันไปจ่ายแบบขั้นต่ำซึ่งมันก็จะเกิดผลทำให้กลายเป็นว่าต้องเสียดอกเบี้ย ไอ้พวกแต้มสะสม หรือคะแนนสะสมที่ได้มามันก็จะไม่คุ้มกับค่าดอกเบี้ยนั่นเอง

พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อควรมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1. รู้จักบริษัทบริษัทที่เราทำงาน ประวัติความเป็นมา มีสินค้าและบริการรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ทำงาน บางครั้งข้อมูลของบริษัทก็สามารถโน้มน้าวลูกค้าให้เกิดความมั่นใจในการซื้อสินค้าได้ด้วย 2.รู้จักสินค้า สินค้าที่ขายอยู่มีส่วนประกอบอะไร มีคุณสมบัติอะไร ประเภท ชนิด แ รวมถึงจุดเด่นจุดด้อย 3.รู้จักการมีหัวใจบริการ สร้างความแตกต่างให้กับสินค้า และสร้างความพอใจให้กับลูกค้า 4.รู้จักความต้องการของลูกค้า ต้องรู้ว่าลูกค้านำบัตรเครดิตและสินเชื่อไปใช้งานอะไร เราก็จะสามารถนำเสนอสินค้าให้ตรงความต้องการของลูกค้า เมื่อวิเคราะห์ได้จริงๆ ก็ต้องรู้ด้วยว่าใครมีอำนาจตัดสินใจ 5.รู้จักคู่แข่ง พนักงานขายที่ดีต้องศึกษาข้อมูลของคู่แข่งอยู่เสมอ คู่แข่งมีใครบ้าง คุณสมบัติของคู่แข่ง ข้อด้อยของคู่แข่งและข้อได้เปรียบของเรา การบริการของคู่แข่ง 6.รู้จักการส่งเสริมการขาย พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อควรศึกษาข้อมูลเพื่อให้คำแนะนำที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า สิ่งสำคัญคือต้องแนะนำประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ ซึ่งจะทำให้เกิดความประทับใจได้มากขึ้น 7.รู้จักตนเอง หมายถึง การรู้จักหน้าที่ของตนเอง หมั่นปรับปรุงตนเอง ด้วยการดูแลตนเองให้มีความพร้อม และปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมเมื่ออยู่ต่อหน้าลูกค้า 8.รู้จักเป้าหมาย การวางเป้าหมายในการทำงาน ทำให้เรากำหนดแผนการการทำงานได้ ควรตั้งคำถามกับตนเองดูว่า ปัจจุบันเราต้องการอะไร เป้าหมายของบริษัทคืออะไร และเราจะทำอย่างไรถึงจะไปสู่เป้าหมายนั้นได้หากทำได้เราก็จะสามารถเป็น พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ ที่ดีได้