Quality Assurance แตกต่างจาก Quality Control อย่างไร

การจะเข้าใจถึงความแตกต่างของทั้งสองคำนี้ เราต้องเข้าใจถึงความหมายลักษณะง่ายๆ ของ 2 คำนี้ คือ

Quality Assurance ตรงกับคำในภาษาไทยคือ การประกันคุณภาพ มีความหมายคือ ความหมายของการประกันคุณภาพ ISO 8402 ให้คำนิยามไว้ว่า “Quality Assurance is all those planned and systematic actions necessary to provide adequate confidence that a product or service will satisfy given requirements for quality”
การประกันคุณภาพ คือ บรรดา การกระทำ ทั้งหลายที่มีการ วางแผน ไว้ล่วงหน้าและเป็นไป อย่างมีระบบ ซึ่งจำเป็นที่ต้องมี เพื่อให้ความมั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์ หรือ บริการ จะสามารถตอบสนอง ความต้องการด้านคุณภาพ ได้ตามที่ได้ตกลงกัน การประกันคุณภาพเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าจะได้รับแต่สินค้าและบริการที่มีคุณภาพเท่านั้น

ขณะเดียวกัน Quality Control QC หรือ การควบคุมคุณภาพ หมายถึง การตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรฐาน (Standard) อันจะนำมาซึ่งความถูกต้องหรือสอดคล้อง กับสิ่งที่ได้วางแผนหรือออกแบบไว้ ทั้งในด้านคุณภาพ  (Quality) และจำนวน (Quantity)

กล่าวโดยสรุป Quality Assurance จะมองถึงขั้นตอนปฎิบัติ (Process) ขณะที่่ Quality Control จะมองถึงมาตรฐาน (Standard)

ในองค์กรที่มีการจัดการที่ดี ฝ่ายประกันคุณภาพจะทำงานเป็นอิสระไม่ขึ้นตรงกับฝ่ายการผลิตและฝ่ายปฏิบัติการ ในขณะที่ฝ่ายควบคุมคุณภาพจะขึ้นตรงกับทั้งสองฝ่าย แต่อะไรคือความแตกต่างระหว่างการทำงานของทั้งสองฝ่าย

ในทางทฤษฎีความแตกต่างก็คือ ผู้เป็น QA (ช่างเทคนิค) จะปฏิบัติการในเชิงรุกมุ่งเน้นไปที่การป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด (non-conforming) ในขณะที่ฝ่ายควบคุมคุณภาพQCจะปฏิบัติการเชิงรับที่เน้นการตรวจจับและคัดแยกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด โดยใช้กลไกการตรวจสอบ (inspection) และทดสอบ (testing)

แต่ในทางปฏิบัติความแตกต่างคือ QA (ช่างเทคนิค) จะเป็นผู้ตั้งกฏเกณฑ์และมาตรฐานของผลิตภัณฑ์เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการมีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี ในขณะที่ฝ่ายควบคุมคุณภาพ QC จะเป็นผู้ตรวจสอบและทดสอบผลิตภัณฑ์โดยเปรียบเทียบกับกฎเกณฑ์และมาตรฐานที่ถูกตั้งเอาไว้

ลองสมมติให้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยเป็นเหมือนบริษัทผลิตอุปกรณ์การแพทย์หรือบริษัทผลิตยา QA (ช่างเทคนิค) ก็เปรียบเสมือนสภานิติบัญญัติและกระทรวง โดยมีฝ่ายควบคุมคุณภาพเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คอยตระเวนและตรวจตราภายในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ (ฝ่ายควบคุมคุณภาพ) จะปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่สภานิติบัญญัติและกระทรวง (ฝ่ายประกันคุณภาพ) ประกาศใช้ภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย (กระบวนการผลิตของบริษัท) หากปราศจากสภานิติบัญญัติและกระทรวง (ฝ่ายประกันคุณภาพ) และกฎหมายถูกประกาศและบังคับใช้โดยตำรวจ (ฝ่ายควบคุมคุณภาพ) ในแต่ละมหาวิทยาลัยแล้ว ความสม่ำเสมอของการบังคับใช้กฎหมายและความยุติธรรมภายในมหาวิทยาลัยคงไม่สามารถรับรองผลได้ และอาจมีความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก

 QA (ช่างเทคนิค) มักจะสังกัดเป็นหน่วยงานอิสระ การเป็นอิสระจากกระบวนการผลิตและการได้รับสิทธิ์ที่เพียงพอนั้นเป็นการประกันคุณภาพของฝ่ายประกันคุณภาพตามข้อกำหนดขององค์การอาหารและยา (FDA) และข้อกำหนดมาตรฐานสากล ISO 13485 การเป็นองค์กรอิสระไม่จำเป็นว่าฝ่ายประกันคุณภาพจะต้องถูกจัดตั้งเป็นหน่วยงานแยก (stand-alone) เสมอไป อย่างไรก็ดีจะต้องไม่มีความขัดแย้งในเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยทั่วไปแล้วถือเป็นความท้าทายอย่างมากในการขจัดปัญหาเรื่องของความขัดแย้งดังกล่าวออกจาก QA (ช่างเทคนิค)ซึ่งอยู่ฝ่ายประกันคุณภาพโดยไม่ได้แยกหน่วยงานประกันคุณภาพออกมา หรือแยกบุคคลในตำแหน่งนั้นออกมาเป็นอิสระ

หน้าที่หลักของ QA (ช่างเทคนิค)
1 QA (ช่างเทคนิค) จะต้องทำการตรวจสอบสินค้าหรือผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด โดยการคัดแยกของไม่ดีหรือของเสียออกจากสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อให้เหลือแต่ของดีสำหรับส่งมอบให้แก่ลูกค้าเท่านั้น
2 จะต้องมีการควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานเสมอ โดยเฉพาะหลังจากผ่านการ QC แล้ว ต้องทำการตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
3 QA (ช่างเทคนิค) ต้องรับประกันในเรื่องคุณภาพหลังจากที่ลูกค้าได้นำสินค้ากลับไปใช้งานแล้ว และต้องรับผิดชอบหากเกิดข้อผิดพลาดใดๆ ขึ้นหลังผ่านการ QA เรียบร้อยแล้ว
4 ต้องมีการนำมาตรฐานมารองรับ โดยให้ได้มาตรฐานสากล

คุณสมบัติ QA (ช่างเทคนิค)

-วุฒิ ปวส ปริญญาตรี สาขาช่างไฟฟ้า สถาปัตยกรรม ช่างอิเลคทรอนิกส์ ช่างเครื่องกล แมคคาทรอนิกส์หรือที่เกี่ยวข้อง

-ควรมีประสบการณ์ 1-3 ปีขึ้นไปในสายงาน

-มีความรู้เกี่ยวกับระบบบริหารคุณภาพ ISO

-มีความรู้ความเข้าใจระบบอาคาร ไฟฟ้า ประปา เป็นอย่างดี

-มีความคล่องตัวสามารถเดินทางไปยังโครงการต่างๆของทางบริษัทได้

-สามารถใช้โปรแกรม MS Office ได้