ช่างติดป้ายโฆษณา อาชีพสำคัญแห่งวงการโฆษณา

การติดตั้งป้ายต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญ เพราะมีความเสี่ยงสูง ซึ่งช่างติดป้ายโฆษณาต้องมีความระมัดระวังตลอดเวลา เครื่องไม้เครื่องมือในการติดตั้งป้ายต้องพร้อม ไม่ต้องเสียเวลาในการไต่ขึ้นลงในการหาเครื่องมือ ปัจจุบันนี้ ใครจะเปิดร้านหรือทำธุรกิจใด ย่อมต้องอาศัยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อสื่อสารผลิตภัณฑ์ของตัวเองไปสู่กลุ่มเป้าหมายและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ป้ายโฆษณาก็เป็นอีกสื่อหนึ่งที่จะสามารถนำพาความสำเร็จมาสู่ธุรกิจได้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาร้านติดป้ายโฆษณาที่ดี การเลือกช่างติดป้ายโฆษณาที่ดีได้ก็สำคัญไม่แพ้ร้านทำป้ายโฆษณาเช่นกัน

เกณฑ์คัดเลือกร้านทำป้าย และช่างติดป้ายโฆษณาที่ดีที่ดี

1.ร้านทำป้าย และช่างติดป้ายโฆษณาควรมีผลงานการันตี

ร้านทำป้าย และช่างติดป้ายโฆษณาที่ดีที่สุดควรเป็นร้านที่มีผลงานการันตีมาแล้ว อย่างน้อยๆก็เป็นผลงานที่ผ่านมาเพื่อลูกค้าจะได้เลือกดูผลงานว่าดีเยี่ยมสมควรจ้างทำงานหรือไม่ หากไม่มีตัวอย่างงานให้ดูและทำออกมาไม่ดีจะเสียความรู้สึกทั้งสองฝ่ายเปล่าๆ

2.ร้านทำป้าย และช่างติดป้ายโฆษณาควรให้บริการรวดเร็ว

เมื่อลูกค้าสั่งงานแล้วแน่นอนว่าต้องอยากได้ป้ายไวๆแน่ เพื่อที่จะรีบเอามาติดตั้ง หรือทำการโฆษณา ธุรกิจจะได้ไม่สะดุด แต่หากลูกค้าต้องรอนานๆทวงไปเมื่อไรก็บอกผลัดแบบนี้จะเป็นการสร้างลักษณ์ของร้านที่แย่มากๆแถมอาจมีปัญหาเครียดๆตามมาอีกก็ได้ ซึ่งร้านที่เราคัดเลือกมาล้วนทำเร็ว คุณภาพดีทั้งสิ้น

การติดป้ายโฆษณาเราก็ควรศึกษาข้อกฎหมายให้ดี มิฉะนั้นหากผู้ที่ติดตั้งป้ายไม่ได้ขออนุญาตในการติดป้ายโฆษณา อาจเกิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย หรืออาจโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลังก็เป็นได้หากทำการติดตั้งป้ายโฆษณาโดยไม่ขออนุญาต ทางที่ดีเราควรศึกษาข้อกำหนดในการติดตั้งป้ายโฆษณาให้ดีเสียก่อนจะดีที่สุด

วิธีขออนุญาตติดตั้งป้ายร้าน

คือ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร บอกว่า  “อาคาร” ให้หมายความรวมถึงป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายด้วย เมื่อจะวางป้ายบนหลังคาหรือดาดฟ้าของอาคารย่อมถือว่าป้ายนั้นเป็นส่วนหนึ่งของอาคาร โดยคิดรวมว่าป้ายนั้นเป็นความสูงของอาคารด้วย ซึ่งการติดตั้งป้ายโฆษณาไว้บนอาคารจะต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้

1.ตรวจสอบประเภทป้ายที่ตนเองต้องการจะติดก่อนว่าอยู่ในประเภทป้ายที่ต้องเสียภาษีประเภทไหน แนะนำว่าเป็นประเภทที่ 1 ตัวอักษรไทยล้วนถูกที่สุด เพียง 500 ตร.ซม. ละ 3 บาท ส่วนประเภทอื่นๆ แพงกว่าหลายเท่า สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ใน วิธีคำนวณภาษีป้าย

2.ออกแบบและติดตั้งป้ายได้เลย หลังจากนั้นภายใน 15 วันหลังจากติดตั้งป้าย ต้องไปขออนุญาตการติดตั้งป้ายในเขตที่รับผิดชอบ

3.เอกสารที่ต้องนำไปขออนุญาตติดตั้งป้าย ได้แก่ ภาพถ่ายหรือภาพสเก็ตของป้าย ขนาดของป้าย และแผนผังที่ตั้งของบริเวณที่เราต้องการติดป้าย นำไปขออนุญาตการติดตั้งป้ายที่สำนักงานเขต เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบลที่รับผิดชอบอยู่

การติดตั้งป้ายโฆษณา ป้ายหน้าร้าน ผลงานแรกที่สร้างชื่อเสียงให้กับร้านทำป้าย และช่างติดป้ายโฆษณาคืองานโฆษณา ร้านทำป้าย และช่างติดป้ายโฆษณาที่ยังคงรักษาคุณภาพงานเขียนได้นั้น ช่างติดป้ายโฆษณามืออาชีพต้องได้รับการถ่ายทอดทักษะ และความรู้กันมาอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับการฝึกฝนและพัฒนาความสามารถอย่างต่อเนื่อง ผลงานเขียนของช่างติดป้ายโฆษณา จะยังคงเป็นงานศิลปะชั้นเยี่ยมกับการทำป้ายโฆษณา เพราะที่ช่างติดป้ายโฆษณา ทำผลงานเขียนทุกชิ้นนั้น ไม่ใช่เพียงป้ายหน้าร้าน แต่คืองานศิลปะที่ผ่านการสร้างสรรค์อย่างสุดฝีมือ ด้วยเหตุนี้งานช่างติดป้ายโฆษณาจึงได้รับการยอมรับมาตลอด ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน

ช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรม ผู้ช่วยสำคัญของวิศวกร

ช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรม คือ ผู้ช่วยวิศวกรควบคุมประสิทธิภาพ ควบคุมสายงานการผลิต การใช้และการบำรุงรักษาต่างๆ จากสภาวการณ์ทางการตลาดที่มีการแข่งขันทางธุรกิจในระดับสูงทั้งในระดับประเทศ และระหว่างประเทศ จําเป็นอย่างยิ่งที่สถานประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์หรืออุตสาหกรรมอาหาร จะต้องควบคุมประสิทธิภาพการผลิตให้มีคุณภาพได้มาตรฐานและมีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่ลดลง เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในด้านการแข่งขัน และการส่งออกของสินค้าอุตสาหกรรมของประเทศ เพราะฉะนั้นช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรมควบคุมประสิทธิภาพการผลิตจึงเป็นอาชีพที่มีความสําคัญ และสถานประกอบการยังมีความต้องการสําหรับผู้ที่ประกอบอาชีพนี้

ช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรมแบ่งแผนกได้ 6 ประเภทงานใหญ่ๆ ได้แก่

1.ช่างเทคนิควิศวกรรมไฟฟ้า (Electrical Engineering Technician)

2.ช่างเทคนิควิศวกรรมเครื่องกล (Mechanical Engineering Technician)

3.ช่างเทคนิควิศวกรรมเครื่องยนต์  (Automotive Engineering Technician)

4.ช่างเทคนิควิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Engineering Technician)

5.ช่างเทคนิควิศวกรรมเคมี (Vocational Chemical Engineering Technician )

6.ช่างเทคนิควิศวกรรมโยธา (Civil Engineering Technician )

โอกาสทางวิชาชีพของช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรม

1.งานราชการ และรัฐวิสาหกิจ เช่น เป็นวิศวกรในกองควบคุมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กองอนามัยสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การประปานครหลวง การเคหะแห่งชาติ การนิคมอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นต้น

2.งานบริษัทเอกชนมีบริษัทวิศวกรที่ปรึกษา บริษัทก่อสร้างที่มีกิจการต่างๆ อยู่โรงงานใหญ่ๆ ดูแลระบบน้ำเสีย บริษัทพลังงานต่างๆ เครื่องยนต์ต่างๆ น้ำมันทำงานบริษัทออกแบบงานระบบของอาคารสูง และอาคารต่างๆ สามารถทำงานกับบริษัทที่ต้องเกี่ยวข้องกับช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรมนั้นเอง

3.อาจารย์ด้านช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรม นักวิจัยหรือถ่ายทอดเทคโนโลยี

4.อาชีพอิสระ เช่น ผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้ดูแลระบบไฟฟ้า งานเครื่องยนต์

5.ทำงานตามโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ในตำแหน่งช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรม ผู้ควบคุมระบบต่างๆ ผู้ควบคุมระบบเทคโนโลยีต่างๆ

แนวโน้มความต้องการช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรมในอนาคต ในยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรม จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้มนุษย์หันมาใช้เครื่องจักรในการผลิตมากขึ้น จนถึงปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตก็ยังเป็นสิ่งที่ประเทศต่าง ๆ ต้องการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง “ช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรม” จึงมีความสำคัญมากต่อระบบอุตสาหกรรม นอกจากการออกแบบเครื่องมือและเครื่องจักรต่าง ๆ แล้ว ช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรมยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ยานยนต์ อากาศยาน เรือ หุ่นยนต์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากผลการสำรวจข้อมูลในครั้งนี้พบว่า งานด้านช่างเทคนิคแผนกวิศวกรรมมีความต้องการสูงในหลายประเทศทั้งในแถบยุโรป อเมริกาเหนือ-ใต้ และโอเชียเนีย ยกเว้นประเทศในแถบเอเชีย รวมทั้งหมด 19 ประเทศด้วยกัน

หน้าที่สำคัญของการเป็นพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ

ตอนนี้ในการที่เราเลือกทำสินเชื่อ หรือการที่เราไปทำการกู้หนี้ยืมสินกับสถาบันทางการเงินนั้น เราจะเห็นสินเชื่อกันอยู่สองแบบที่กำลังเป็นที่นิยมทำกัน คือ สินเชื่อบุคคล กับสินเชื่อบัตรเครดิต บางคนเลือกทำแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง บางคนทำมันทั้งสองแบบ บางครั้งเราจะได้ยินคำถามว่าจะเป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลหรือเป็นหนี้บัตรเครดิต ทั้งสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตต่างก็เป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องการหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทางธนาคารถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นหนี้เสีย อัตราดอกเบี้ยจึงสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านที่มีบ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ถ้าวันหนึ่งเรามีความต้องการที่จะขอสินเชื่อทั้งสองแบบนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม การหันไปหาบัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคลมันก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่เรามองหา แต่ละแบบนั้นต่างก็มีจุดดีต่างกันไปตามภาวะการเงินของเรานั่นเอง ถ้าเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลก็จะเป็นสินเชื่อที่กำหนดระยะเวลากู้แน่นอน อัตราดอกเบี้ยคงตัวและการชำระเงินรายเดือนเท่าๆกัน การกู้นี้อาจจะได้เป็นเงินสดหรือไม่ก็ได้ หรือเป็นสิ่งของที่เราจำเป็นต้องใช้โดยตรงก็ได้ เช่น การซื้อสินค้าด้วยบัตรผ่อนสินค้า อัตราดอกเบี้ยสูง แต่ถ้าเป็นพวกสินเชื่อบัตรเครดิตเขาจะให้วงเงินใช้จ่ายผ่านบัตรไม่ใช่เงินสดที่เข้าบัญชี แต่บางทีใช้กดออกมาเป็นเงินสดได้ แต่ค่าธรรมเนียมการกดสูงมาก เป็นบัตรที่แสดงว่าผู้ได้รับบัตรนี้เป็นผู้ที่ธนาคารให้ความเชื่อถือด้านฐานะทางการเงิน ซึ่งจริงๆแล้วมันอาจเป็นเหตุผลทางการตลาดเสียมากกว่า โดยจะกำหนดวงเงินสินเชื่อสูงสุดที่เราสามารถใช้ได้ ส่วนจะได้วงเงินมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับรายได้ของเรา รวมทั้งการจ่ายเงินคืนในแต่ละเดือนจ่ายเต็มหรือจ่ายเพียงขั้นต่ำ เหมือนกับธนาคารเอาเงินออกมาให้เราใช้ จากนั้นก็หาเงินมาใส่คืน เหมือนเงินหมุนเวียนเข้าออก แต่ถ้าชำระคืนน้อยหรือไม่ครบ ก็ถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นในภายหลัง

ส่วนฝ่ายขายนั้นเป็นงานที่มีความสำคัญอย่างมากของบริษัทรวมถึง พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ เนื่องจากเป็นแผนกหาเงินเข้าบริษัท คนที่สนใจด้านงานขายจึงไม่ต้องกลัวตกงานเลย เพราะเป็นตำแหน่งที่ทุกบริษัทต้องการ อย่างไรก็ดี การจะเป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จนั้นจำเป็นต้องมีพื้นฐาน 10 ประการคือ มีทัศนคติที่ดีต่องานขายสินค้าและลูกค้า การมีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพที่คุณทำ ถือเป็นพื้นฐานสำคัญของทุกอาชีพ ซึ่งงานขายนั้นถือว่าเป็นอาชีพที่ต้องใช้ความอดทนและใจรักสูง มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบริษัท สินค้าที่ขาย ประเภทบัตรเครดิตและสินเชื่อ คู่แข่ง การรู้จักศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของทั้งตัวเองและคู่แข่ง ถือว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการขายได้มากขึ้นการมีความสามารถในการขายตามขั้นตอนของการขาย การเปิดการขาย การเสนอขาย การขจัดข้อโต้แย้ง การปิดการขาย ที่จะต้องทำงานอย่างทุ่มเท เพราะงานขายเป็นงานที่ต้องใช้ความสามารถของพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อเองล้วน ๆ เพราะฉะนั้นจึงขึ้นอยู่กับความขยันหรือความทุ่มเทของคุณเองด้วย การเป็นพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจะอยู่นิ่งไม่ได้ ต้องมีความกระตือรือร้นในการขายตลอดเวลารู้จักควบคุมจิตใจ และอารมณ์ให้ได้ เพราะแต่ละวันคุณต้องเจอลูกค้าต่าง ๆ มากมาย มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์การขาย หากใครคิดว่างานขายเป็นงานที่ไม่ต้องใช้สมอง ขอบอกว่าคุณคิดผิดถนัด หากไม่มีความคิดสร้างสรรค์ คุณคงไม่สามารถหากลยุทธ์ต่าง ๆ มาขายสินค้าได้แน่ ๆ และยังมีบุคลิกภาพที่คนอยากเข้าหา นั่นคือ บุคลิกของคนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ ไม่สร้างความอึดอัด หรือความลำบากใจให้กับคนอื่น ๆ เพราะอาชีพคุณเป็นอาชีพที่ต้องเจอคนเป็นหลัก มีสุขภาพกายและจิตดี เหมาะสำหรับรูปแบบการทำงานที่ค่อนข้างเคร่งเครียด กดดัน และวุ่นวายในแต่ละวันกับการต้องพบปะลูกค้าหรือว่าการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มีอุปนิสัยที่คนชอบ นั่นคือนิสัยที่คนอยากอยู่ใกล้ เป็นกันเอง ร่าเริง สนุกสนาน หรือมีน้ำใจ ใครๆ เห็นก็ย่อมยินดีเปิดประตูหรืออ้าแขนรับ

พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อควรแนะนำการเลือกว่า  เวลาใดเราจะเลือกใช้สินเชื่อบุคคล  เวลาใดเราจะใช้บัตรเครดิต เราต้องพิจารณาจากเหตุการณ์ที่ว่าเรานั้นมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นนี้เพียงครั้งเดียวหรือนานๆครั้ง แบบนี้เราควรสินเชื่อบุคคลจะได้เปรียบกว่าการเป็นหนี้บัตรบัตรเครดิต ถึงแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่าก็ตาม คือเราจะกำหนดจำนวนเงินการชำระเงินรายเดือนและระยะเวลาชำระคืนเงินได้ จะทำให้เราเห็นอนาคตข้างหน้าได้ว่าเราจะหมดหนี้ตอนไหน แต่ถ้าเป็นการชำระขั้นต่ำกับบัตรเครดิตนั้นอาจจะทำให้เราติดอยู่กับหนี้ที่วนเวียนกลับไปกลับมา หากำหนดเวลาที่จะหมดหนี้สินนี้ได้ยาก เพราะบัตรเครดิตชำระแล้วก็ดึงออกมาใช้ได้อีก กลับกลายเป็นหนี้ซ้ำเดิม แต่สินเชื่อบุคคลจะบังคับให้เราชำระหนี้เพียงอย่างเดียว แต่เราต้องอดทน แต่มันก็จะทำให้เราหมดหนี้ได้ตามเวลาเป็นการบังคับตีกรอบให้เราในตัว ส่วนการเลือกสินเชื่อบัตรเครดิตพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อควรแนะนำว่า ลูกค้าควรคำนวณแล้วว่ามีค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนไม่มาก หรือสามารถจ่ายได้ครบถ้วนในเวลาอันสั้นอยู่แล้วซึ่งมันคือการวางแผนเอาไว้แล้วว่ารายได้ที่คงเหลือจากค่าใช้จ่ายๆนั้นเหลือพอที่จะจ่ายค่าบัตรเครดิตได้เต็มยอดตามที่ใช้ ถ้าเราสามารถวางแผนได้เช่นนั้นบัตรเครดิตก็จะถือว่าให้ประโยชน์แก่เราอย่างมาก หลายธนาคารมีโปรแกรมแบ่งจ่ายรายเดือนโปรโมชั่นผ่อนดอกเบี้ยต่ำ แต่กรณีการผ่อน 0% ข้อนี้เราต้องศึกษารายละเอียดให้รอบครอบ ว่ามันเป็นการผ่อน 0 % ยังไงมีเงื่อนไขอะไรหรือเปล่า เพราะเดี๋ยวนี้มักมีเกมทางการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องจนเราเองลืมศึกษารายละเอียดให้ดีก่อน การวางแผนใช้บัตรให้เป็นนั้นมีข้อดีคือนอกจากจะไม่เสียดอกเบี้ยแล้วเรายังจะได้แต้มสะสมสำหรับแลกของรางวัลอีกด้วย อย่างเช่นบรรดาแม่บ้านทีเคยใช้จ่ายตามตลาดสดซึ่งค่าใช้จ่ายพวกนี้ มีบัตรหรือไม่มีก็ต้องจ่ายโดยใช้เงินสดเป็นประจำอยู่แล้ว ก็ลองเปลี่ยนดูโดยการไปใช้จ่ายของเหล่านั้นในซูปเปอร์ มาร์เก็ต ดูบ้าง ข้อสำคัญคือ เราต้องไม่จ่ายด้วยบัตรเครดิตจนเกินวงเงินที่เราเคยจ่ายเงินสด เพราะมันจะเกิดปัญหา ยอดเงินสดไม่พอจ่ายบัตรเต็มจำนวน ทำให้ต้องหันไปจ่ายแบบขั้นต่ำซึ่งมันก็จะเกิดผลทำให้กลายเป็นว่าต้องเสียดอกเบี้ย ไอ้พวกแต้มสะสม หรือคะแนนสะสมที่ได้มามันก็จะไม่คุ้มกับค่าดอกเบี้ยนั่นเอง

พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อควรมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1. รู้จักบริษัทบริษัทที่เราทำงาน ประวัติความเป็นมา มีสินค้าและบริการรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ทำงาน บางครั้งข้อมูลของบริษัทก็สามารถโน้มน้าวลูกค้าให้เกิดความมั่นใจในการซื้อสินค้าได้ด้วย 2.รู้จักสินค้า สินค้าที่ขายอยู่มีส่วนประกอบอะไร มีคุณสมบัติอะไร ประเภท ชนิด แ รวมถึงจุดเด่นจุดด้อย 3.รู้จักการมีหัวใจบริการ สร้างความแตกต่างให้กับสินค้า และสร้างความพอใจให้กับลูกค้า 4.รู้จักความต้องการของลูกค้า ต้องรู้ว่าลูกค้านำบัตรเครดิตและสินเชื่อไปใช้งานอะไร เราก็จะสามารถนำเสนอสินค้าให้ตรงความต้องการของลูกค้า เมื่อวิเคราะห์ได้จริงๆ ก็ต้องรู้ด้วยว่าใครมีอำนาจตัดสินใจ 5.รู้จักคู่แข่ง พนักงานขายที่ดีต้องศึกษาข้อมูลของคู่แข่งอยู่เสมอ คู่แข่งมีใครบ้าง คุณสมบัติของคู่แข่ง ข้อด้อยของคู่แข่งและข้อได้เปรียบของเรา การบริการของคู่แข่ง 6.รู้จักการส่งเสริมการขาย พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อควรศึกษาข้อมูลเพื่อให้คำแนะนำที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า สิ่งสำคัญคือต้องแนะนำประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ ซึ่งจะทำให้เกิดความประทับใจได้มากขึ้น 7.รู้จักตนเอง หมายถึง การรู้จักหน้าที่ของตนเอง หมั่นปรับปรุงตนเอง ด้วยการดูแลตนเองให้มีความพร้อม และปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมเมื่ออยู่ต่อหน้าลูกค้า 8.รู้จักเป้าหมาย การวางเป้าหมายในการทำงาน ทำให้เรากำหนดแผนการการทำงานได้ ควรตั้งคำถามกับตนเองดูว่า ปัจจุบันเราต้องการอะไร เป้าหมายของบริษัทคืออะไร และเราจะทำอย่างไรถึงจะไปสู่เป้าหมายนั้นได้หากทำได้เราก็จะสามารถเป็น พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ ที่ดีได้

เทคนิคการเป็นพนักงานขาย (ทางโทรศัพท์) ที่ดี

การเป็น พนักงานขาย (ทางโทรศัพท์) จะมีความแตกต่างจากการขายแบบเผชิญหน้า (Face to face Sales) เนื่องจากการขายทางโทรศัพท์ ลูกค้าไม่ได้พบปะกับผู้ขายแบบตัวต่อตัว และไม่ได้เห็นสินค้าจริงที่นำเสนอ นอกจากนั้นแล้ว ส่วนใหญ่ลูกค้าต้องชำระค่าสินค้าก่อนจะได้รับสินค้า ลูกค้าจึงจะมีความระมัดระวังในการติดสินใจสั่งซื้อสินค้า ดังนั้นการเป็นพนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) ย่อมมีความยากกว่าการขายแบบพบปะลูกค้า ในขณะเดียวกันพนักงานขาย(ทางโทรศัพท์)  จะต้องพยายามปิดการขายให้เร็ว ไม่ว่าลูกค้าจะเป็นผู้ติดต่อมา หรือ เจ้าหน้าที่ติดต่อไปหาลูกค้า ซึ่งนักขายทางโทรศัพท์ที่ประสบความสำเร็จนอกจากจะต้องมีศิลปะในการพูดคุยแล้ว ยังต้องมีการเตรียมพร้อมที่จะให้บริการแก่ลูกค้าตลอดเวลาอีกด้วย เทคนิคสำคัญในการเป็นพนักงานขาย (ทางโทรศัพท์)ที่ดีมีดังนี้

1. สนใจความต้องการของลูกค้า พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) จำนวนมากพยายามพูดสิ่งที่ตนเองหรือบริษัทเตรียมไว้ มากกว่าฟังสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ดังนั้น พนักงานขายอาจต้องสอบถามถึงปัญหาหรือความต้องการของลูกค้าก่อนเป็นอย่างแรก  และพนักงานขายต้องรู้จักการเป็นผู้ฟังที่ดีด้วย การฟังที่ดีต้องแยกความแตกต่างให้ออกระหว่าง “การได้ยิน” และ “การฟัง” การฟังที่แท้จริงนั้นหมายรวมถึงการ ผงกศีรษะแทนการพูด และ การพูดคำว่า “ใช่ครับ/ค่ะ” และ “เข้าใจครับ/ค่ะ” ระหว่างที่ลูกค้ากำลังพูด  นอกจากนี้การพูดทวนซ้ำหรือแปลความในสิ่งที่ลูกค้าได้สนทนากับคุณ รวมทั้งถามคำถามบ้างเกี่ยวกับข้อมูลที่ลูกค้าได้บอกคุณไว้ จะทำให้ลูกค้ารู้ว่าคุณตั้งใจฟังเขาอยู่ ทั้งนี้ พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์)ควรจะเรียนรุ้ที่จะไม่ซักไซ้ หรือ พูดจาซ้ำซาก กับลูกค้ามากจนเกินไป ก็จะทำให้เกิดการสนทนากับสายปลายทางได้อย่างต่อเนื่อง

2. มีการวางแผนทุกคำพูด อย่าพูดคำฟุ่มเฟือยในคำพูดบ่อย ๆ  เช่น คำว่า “แบบว่า”  ” มันเป็นอะไรที่” ” เนี้ยะ” หรือคำว่า  “เอ้อ อ้า” เพราะนั่นแสดงถึงการไม่วางแผนสิ่งสำคัญที่ตนอยากจะพูดมาก่อน ควรจะวางแผนคำพูดและกำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เรียบร้อยก่อนจะติดต่อหาลูกค้า

3. รู้จักลูกค้าตัวเองดี รู้เรื่องเกี่ยวกับลูกค้า ลูกค้าคือบุคคลที่สำคัญที่สุดของพนักงานขาย การจะพิชิตใจลูกค้าได้ พนักงานขายจะต้องรู้ความต้องการของลูกค้า และเข้าใจจิตใจลูกค้าเป็นอย่างดี รู้จักลูกค้าว่าเป็นคนอย่างไร รู้สึกนึกคิดอะไรอยู่ ชอบหรือไม่ชอบสิ่งใด เพื่อจะได้หาวิธีการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ถูกต้อง  เพราะลูกค้าแต่ละประเภทจะแตกต่างกัน วิธีการที่จะเสนอขายพิชิตใจลูกค้าแต่ละรายก็จะแตกต่างกันไปด้วย   หากรู้จักลูกค้าในทุก ๆ ด้าน พนักงานขายก็จะสามารถใช้วิธีการต่าง ๆ ได้หลากหลายทั้งยังมีประสิทธิภาพ  รวมทั้งแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างมีรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์อีกด้วย

4. นำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาให้ลูกค้า เมื่อพนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) พูดคุยกับลูกค้าจนรู้ปัญหาของลูกค้าแล้ว คุณสามารถเสนอทางแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าเองได้เลย  เช่นถ้าเป็นปัญหาเรื่องสินค้ามีตำหนิ หรือชำรุด เราก็สามารถเสนอว่าจะส่งของให้ใหม่ หรือส่งสินค้าแบบที่ใกล้เคียงกันให้ลูกค้าอย่างรวดเร็วที่สุด แต่ถ้าลูกค้าไม่พอใจในวิธีการแก้ปัญหาของเรา เราก็สามารถขอคำแนะนำจากลูกค้าได้เหมือนกัน ซึ่งการถามจากเขาตรงๆ เลยก็จะช่วยลดเวลาการต่อรองด้วย และเมื่อลูกค้าตอบกลับมาแล้ว ก็ต้องประเมินดูว่าข้อเสนอของเขานั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ และเราสามารถทำให้เขาได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้เราก็ต้องตอบกลับด้วยเหตุผลไปให้ลูกค้าเข้าใจ และถ้าลูกค้ายังไม่พอใจอีก เราก็ทำได้แค่กล่าวขอโทษอย่างจริงใจให้ลูกค้าเห็นว่าเราเสียใจจริงๆ เท่านั้น

5. บอกถึงวัตถุประสงค์ และประโยชน์ให้กระชับที่สุด ลักษณะของลูกค้าส่วนใหญ่มักจะชอบสอบถามข้อมูลแบบละเอียด และชอบต่อรอง ดังนั้นพนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) ต้องตอบคำถามให้ละเอียดแต่ตรงจุด ในบางครั้งอาจจะมีความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าที่นักขายกำลังนำเสนออยู่ นักขายที่ดีไม่ควรโต้แย้งกับลูกค้า แต่ต้องทำความเข้าใจกับความต้องการของลูกค้า เพิ่มความมั่นใจในตัวสินค้าโดยอธิบายให้กับลูกค้า และนำเสนอประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ เพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น

6.ใช้น้ำเสียงที่น่าฟัง การขายทางโทรศัพท์นั้นมีเพียงสิ่งเดียวที่พนักงานขายสามารถใช้สื่อสารกับลูกค้า นั่นก็คือเสียง เสียงจึงมีความสำคัญมาก เพราะพนักงานขายไม่สามารถสื่อสารกับลูกค้าทางอื่นได้  พนักงานขายบางคนพยายามทำเสียงสุภาพจนเกินไปจนดูห่างเหินและไม่จริงใจ ส่วนบางคนอาจพูดช้าหรือเร็วจนเกินไปทำให้ลูกค้าไม่อยากฟังได้  ดังนั้น พนักงานขายจึงควรฝึกฝนการพูดของตนบ่อยๆ ก่อนที่จะเริ่มโทรหาลูกค้าจริง

7.แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี การเป็นพนักงานขายแบบพบปะลูกค้าต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เช่นใด พนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) ก็ต้องมีความสามารถในด้านนี้ได้เช่นกัน  บางครั้งเราไม่รู้ว่าปลายสายที่กำลังจะรับสายนั้นอยู่ในสถานที่และสถานการณ์ใด ดังนั้นเมื่อลูกค้ารับสายแล้วนั้น  เราจำเป็นต้องปรับน้ำเสียงและคำพูดของเราให้เข้ากับสถานการณ์ เพราะลูกค้าจะคุยกับเราต่อหรือวางสายก็ขึ้นอยู่กับคำพูดของเราในประโยคแรกๆ ว่าเข้ากับสถานการณ์และตรงความต้องการของลูกค้ามากน้อยแค่ไหน  หากลูกค้ารับสายและไม่พร้อมคุย เราก็ควรหาทางจบการสนทนาแบบไม่ให้น่าเกลียดมากนัก  แต่หากลูกค้าพร้อมรับฟัง เราต้องประเมินว่าลูกค้าเป็นลูกค้าประเภทใดให้ได้เร็วที่สุดเพื่อเสนอการขายได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าทำให้ลูกค้าอยากรับฟังต่อ

การตลาดทางโทรศัพท์ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คุ้มค่ากับการขายที่สุด เพราะการทำการขายทางโทรศัพท์เป็นไปอย่างรวดเร็วและต้นทุนต่ำ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายแค่ค่าโทรศัพท์ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการออกไปหาลูกค้า  ในขณะเดียวกันการขายทางโทรศัพท์ยังมีความยืดหยุ่นและน่าสนใจมากกว่าการส่งE-mailอีกด้วย ดังนั้นค่าตอบแทนของพนักงานขาย(ทางโทรศัพท์)จะได้ค่อนข้างดีหากขายสินค้าได้ โดยส่วนมากการทำงานในตำแหน่งนี้จะไม่มีเงินเดือนหรือเงินเดือนน้อยมาก ดังนั้น ผู้ที่จะเป็นพนักงานขาย(ทางโทรศัพท์) ต้องฝึกฝนตัวเองอย่างหนักและมีความอดทน หากขายได้ผลตอบแทนจะเป็นสิ่งที่คุ้มค่า

หางานเบื้องหลัง ทีวี

ปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าสื่อเทคโนโลยีทีวี และทีวีดิจิตอล มีการพัฒนาและขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ที่ง่ายและเป็นกอบเป็นกำ จึงทำให้วัยรุ่นและคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันหันมาสนใจหรือค้นหางานเกี่ยวกับการประกอบอาชีพเบื้องหลังทีวีเป็นจำนวนมาก ดังนั้นสื่อทีวียักษ์ใหญ่ต่างๆ ก็พากันเปิดรับสมัครนักศึกษาจบใหม่หรือผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานทางด้านนี้ ดังนั้นบริษัทจัดหางานส่วนใหญ่จึงเปิดรับสมัครให้บุคคลทั่วไป หางานเบื้องหลัง ทีวี ได้หลากหลายตำแหน่งตรงตามความต้องการและความถนัดของผู้สมัคร ซึ่งรายการโทรทัศน์ส่วนใหญ่เป็นอีกอาชีพในฝันของหลาย ๆ คน แต่แม้จะมีคนจำนวนมาก หางานเบื้องหลัง ทีวี และฝันอยากทำอาชีพนี้ ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะรู้จักเนื้องานของอาชีพนี้จริงได้ คนที่สนใจ หางานเบื้องหลัง ทีวี ต้องเป็นคนที่รู้จริง รู้ลึก ใฝ่หาความรู้ข้อมูล คัดกรอง และพิสูจน์ข้อมูลได้จริง นำข้อมูลมาพัฒนาต่อยอดว่าเราจะนำเสนอออกมาอย่างไรให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

พร้อมทั้งนำเสนอข้อมูลข่าวสารบางสิ่งที่คนส่วนใหญ่อาจมองข้าม แต่เรานำเสนอเพิ่มเพื่อให้เกิดเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น โดยผู้ที่ หางานเบื้องหลัง ทีวี นั้นจะต้องมีใจรักทางด้านสื่อวิทยุโทรทัศน์ ถึงจะทำงานนั้นออกมาดี เพราะว่างานทางด้านนี้มีความกดดันค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นสื่อจึงต้องนำเสนอข้อมูลหรือการหาข้อมูล การเตรียมงานที่มีความรวดเร็ว ทันสมัยทันเหตุการณ์ และที่สำคัญเกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด ดังนั้นผู้ที่ หางานเบื้องหลัง ทีวี ควรมีความสนใจเฉพาะทางและที่สำคัญถ้าจบคณะนิเทศศาสตร์ คณะวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ยิ่งตรงกับตำแหน่งงานมากที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการทำรายการทีวีไม่ว่าจะรายการใดก็ตามสุดท้ายมันคือธุรกิจทางด้านบันเทิง มันขึ้นอยู่ที่ว่าคุณสามารถจะตอบโจทย์ความต้องการของคนดูในเรื่องของการเป็นลีดเดอร์ได้มากน้อยแค่ไหน สร้างความชอบให้เกิด หรือสองคือตามกระแสให้ทัน หรือแม้กระทั่งการมองว่ากระแสอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต ถ้าคน หางานเบื้องหลัง ทีวี จะเข้ามาทำงานแล้วมองไม่ขาด มองไม่ถูกเป้า มองได้ไม่ชัดเจน สิ่งที่คุณพยายามลงมือทำก็จะเหนื่อยเปล่าประโยชน์ และปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือการคิดสร้างสรรงานไม่ออก แต่ถ้าในกรณีคุณเกิดคิดไม่ออกขึ้นมาจริงๆ ก็เลือกทำในสิ่งที่ดีที่สุด เพราะการทำงานมันต้องทำแข่งกับเวลา ดังนั้นเวลาคิดไม่ออกก็ลองนำเสนอสิ่งที่รู้มากที่สุดออกมาค่ะ

สำหรับนักศึกษาที่จบใหม่และกำลังมอง หางานเบื้องหลัง ทีวี ลองถามตัวเองก่อนว่าอยากได้อะไร อยากทำอะไร คุณอยากปล่อยของ อยากปล่อยพลังแบบไหน หรือคุณอยากไปเรียนรู้หาประสบการณ์ เพราะสิ่งที่คุณอยากทำ และสิ่งที่คุณต้องทำจริงๆ แล้ว ไม่มีใครที่จะได้ทำในสิ่งที่อยากทำหรือความฝันได้ตลอดชีวิต เพราะว่าการที่คุณจบใหม่ หางานเบื้องหลัง ทีวี เพื่อไปทำงานมันจะมีความแตกต่างกันออกไป มันจะไม่เหมือนกับที่คุณนั่งเรียนในรั่วมหาวิทยาลัย คุณจะพบเจอปัญหาและอุปสรรค์ต่างๆ ที่เข้ามา เพื่อเสริมสร้างให้คุณมีความเข้มแข็ง ได้พัฒนาและแสดงศักยภาพออกมาให้ทุกคนได้เห็น เพื่อต่อยอดในการทำงานของคุณต่อไป ดังนั้นการเตรียมตัวเองก่อนเรียนจบเป็นสิ่งสำคัญ นั่นคือการเตรียมความพร้อมที่จะเรียนหนังสือ การจบมหาวิทยาลัยคือการเตรียมความพร้อมที่จะเข้าสู่โลกกว้าง โลกของความเป็นจริงที่คนมีความสามารถเท่านั้นถึงจะอยู่รอด มีการแข็งขันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในโลกของการทำงานที่อาจจะไม่สวยงามเหมือนโรยด้วยกรีบกุหลาบ บางครั้งคุณอาจจะต้องไปทำงานนอกสถานที่ ทำงานไม่เป็นเวลาเพราะงานของคุณมีส่วนที่คุณต้องรับผิดชอบและทำให้งานนั้นเสร็จสมบูรณ์ ดังนั้นการ หางานเบื้องหลัง ทีวี ต้องความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก แล้วความคิดสร้างสรรค์คืออะไร? “ความคิดสร้างสรรค์” นั่นก็คือกระบวนการทางความคิดของสมอง ซึ่งสมองมีความสามารถในการคิดได้หลากหลายและแปลกใหม่จากเดิมอยู่ตลอดเวลา เป็นความสามารถทางสมองในการคิดสิ่งต่างๆ ได้หลายทิศทางจนนำไปสู่การคิดค้นสิ่งใหม่และสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่แปลกใหม่หรือรูปแบบความคิดใหม่

หางานเบื้องหลัง ทีวี คุณลักษณะประกอบอื่นๆ ของคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีองค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อความคิดสร้างสรรค์ในงานที่ทำ อันดับแรกต้องมีความคิดริเริ่ม นั่นก็คือมีความคิดที่แปลกใหม่ ลักษณะของความคิดที่มีหลายมิติ หลายมุมมอง หลายทิศทาง ไม่ซ้ำกับใคร สามารถคิดได้กว้างไกล ไร้กรอบ ไร้ขอบเขต และแตกต่างจากความคิดธรรมดา แต่ความคิดนั้นสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ ผู้ หางานเบื้องหลัง ทีวี ควรมีความคิดที่คล่องแคล่วทันสมัย ทันเหตุการ ความคิดที่เกิดขึ้นนั้นควรเป็นความคิดที่ไม่ซ้ำกันในเรื่องเดียวกันในด้านต่างๆ เช่น การเลือกใช้ถ้อยคำ การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ หางานเบื้องหลัง ทีวี ควรมีความยืดหยุ่นมีรูปแบบการคิดที่สร้างสรรค์ที่อาจนำเสนอเรื่องราวเดียวกันในรูปแบบที่แตกต่างออกไป ที่ไม่ตายตัวหรือสามารถนำมาดัดแปลงความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์ในเรื่องต่างๆ ที่มีอยู่แล้วนำมาเขียนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นได้ หางานเบื้องหลัง ทีวี ควรมีความคิดที่ละเอียดลออ ในการคิดชิ้นงานสามารถเก็บรายละเอียดของเรื่องต่างๆ ได้อย่างเป็นระบบ รอบคอบ อย่างมีขั้นตอน และสุดท้ายของกระบวนการทางความคิด ผู้ หางานเบื้องหลัง ทีวี สามารถนำความคิดที่ได้มาถ่ายทอดอธิบายให้ผู้รับได้เห็นภาพอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถจัดแต่งความคิดหลักและความคิดรองอื่นๆ ให้น่าสนใจยิ่งขึ้นได้อีกด้วย