ชินคันเซ็น เสน่ห์อย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวญี่ปุ่น…!!!

ชิงกันเซ็นประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศแรกที่ริเริ่มคิดค้นรถไฟความเร็วสูง เนื่องจากภูมิประเทศที่เป็นภูเขาเกือบทั้งประเทศ กับรางรถไฟใหญ่ขนาด 3 ฟุต 6 นิ้ว (1,067มิลิเมตร) ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เส้นทางที่อ้อมกับรถไฟความเร็วสูง เพราะฉะนั้นประเทศญี่ปุ่นนั้นจึงมีความจำเป็นมากขึ้น ในการใช้รถไฟความเร็วสูงนี้ ในทางตรงข้ามกับรางเก่า รถไฟชินคันเซ็นนั้นมีกฎเกณฑ์มาตรฐาน และผ่านอุโมงค์มากกว่า

ชินคันเซ็น

รถไฟชิงกันเซ็นให้บริการแก่ผู้โดยสารด้วยความเร็วสูงสุด 320 กม./ชั่วโมง แม้ว่าจะสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 443 กม./ชั่วโมงในการทดสอบเมื่อปี ค.ศ. 1996 และรถไฟชิงกันเซ็นยังทำลายสถิติรถไฟที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกด้วยความเร็วถึง 603 กม./ชั่วโมง ในการทดสอบขบวนแม็กเลฟ เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2015

การก่อสร้างในครั้งแรกนั้นเริ่มต้นมาจาก “โตไกโด ชิคันเซ็น” ระหว่างโตเกียว และโอซาก้า ได้เปิดให้บริการในวันที่ 1 ตุลาคม 1964 เพื่อทันเวลางานมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่เมืองโตเกียว และประสบความสำเร็จอย่างสูง มียอดผู้ใช้บริการถึง 100 ล้านคนในเวลาไม่ถึง 3 ปี และถึงหนึ่งพันล้านคนในปี 1976

รถไฟชินคันเซ็นคันแรกวิ่งด้วยความเร็ว 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง มากสุด 220 กิโลเมตร/ชั่วโมง รถไฟบางส่วนนั้นมีรูปร่างคล้ายกับหัวกระสุน ตอนนี้หยุดให้บริการระหว่างเมืองฮากาตะ และโอซาก้า และส่วนหัวของรถไฟได้ถูกส่งไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ “British National Railway” ที่เมืองยอร์ก ประเทศอังกฤษ

รูปแบบมากมายของแต่ละรุ่นนั้น นับตั้งแต่จากรุ่นแรกต่างก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง รถไฟชินคันเซ็นในปัจจุบันสามารถวิ่งได้ด้วยความเร็ว 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง จึงทำให้ถูกจัดอยู่ในรถไฟที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก พร้อมด้วยกับรถไฟ “French TGV”, “Spanish AVE”, “German ICE”

ซึ่งนอกจากเรื่องความเร็วที่เป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลกแล้ว ชินคันเซ็นยังขึ้นชื่อในเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย เพราะตลอดระยะเวลาที่เปิดให้บริการมายังไม่เคยมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถไฟตกรางหรือชนกันมาก่อน ทั้งยังถึงจุดหมายตรงเวลาแบบสุด ๆ แต่ด้วยเหตุสุดวิสัยบางอย่างอาจทำให้ล่าช้าไปบ้าง แต่ค่าเฉลี่ยของความล่าช้านั้นไม่ถึง 1 นาทีด้วยซ้ำไป

รถชินคันเซ็นนี้จะวิ่งอยู่บนรางที่ออกแบบมาโดยเฉพาะคือกว้างกว่ารางรถไฟปกติ ซึ่งทำให้วิ่งได้เร็วมากขึ้น ก็เลยจะต้องทำรางใหม่ทั้งหมด รถไฟหัวกระสุนนี้มีเริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 1964 ซึ่งเป็นปีที่มีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียว โดยเริ่มต้นเชื่อมระหว่างโตเกียวกับโอซาก้า ต่อมาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันเชื่อมเมืองใหญ่ๆ ในญี่ปุ่นเกือบครบทุกเมืองแล้ว

ด้วยเหตุที่รางรถไฟต้องทำใหม่ทั้งหมด ทำให้มีบางเมืองที่สถานีรถไฟเก่าคับแคบไม่สามารถทำรางเพิ่มได้ ก็เลยต้องสร้างสถานีใหม่เพื่อรองรับรถชินคันเซ็นโดยเฉพาะ เวลาตั้งชื่อสถานีใหม่ก็จะใส่คำว่า ชิน (新) ที่แปลว่าใหม่ ไว้ข้างหน้า เช่นที่โอซาก้า เวลาจะขึ้นรถชินคันเซ็นก็ต้องไปที่สถานีชินโอซาก้า (新大阪駅)หรือ สถานีโอซาก้าแห่งใหม่ และด้วยความเร็วของรถชินคันเซ็น คือ ใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงครึ่งจากโตเกียวไปโอซาก้า ในขณะที่รถไฟธรรมดาใช้เวลาหกชั่วโมง ก็เลยทำให้ค่าโดยสารค่อนข้างแพง แพงกว่านั่งเครื่องบินอีกครับ เพราะถ้าใช้เครื่องบินสนามบินก็อยู่ไกลจากตัวเมือง กว่าจะนั่งรถไปถึงสนามบิน ไหนจะต้องจองตั๋วไว้ล่วงหน้า แถมก่อนจะขึ้นก็ต้องโดนตรวจหลายๆ อย่าง ทำให้เสียเวลาไปเยอะกว่าทั้งๆ ที่เครื่องบินใช้เวลาบินจากโตเกียวไปโอซาก้าไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง แต่ถ้าใช้รถไฟสถานีก็อยู่เกือบๆ ใจกลางเมือง แถมไปถึงสถานีซื้อตั๋วปุ๊บก็ขึ้นได้ทันที ไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก ด้วยเหตุนี้ก็เลยทำให้มีคนนิยมใช้บริการรถชินคันเซ็นมากกว่าเครื่องบิน ทำให้ต้องลดราคาตั๋วเครื่องบินลงเพื่อดึงคนให้มาใช้บริการ

ปัจจุบันรถไฟชินคันเซ็นเปิดให้บริการหลายเส้นทาง และมีอยู่หลายขบวนแตกต่างกันตามแต่ JR ของแต่ละภูมิภาค ทำให้กลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของชินคันเซ็นที่เมื่อเราไปเที่ยวที่ใดก็จะได้นั่งขบวนรถไฟชินคันเซ็นที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งเส้นทางยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาคนั้น ชินคันเซ็นก็เข้าถึงเรียบร้อยแล้ว เราจะได้เดินทางข้ามเมืองกันได้อย่างสนุกสนาน

ใครที่เคยไปประเทศญี่ปุ่นหรืออาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่น ก็น่าจะเคยได้ใช้บริการรถไฟหัวกระสุนหรือชินคันเซ็นกันมาบ้างแล้ว ซึ่งล่าสุดทางบริษัท Central Japan Railway Company (JR Central) ก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่ารถไฟหัวกระสุนรุ่นใหม่อย่าง Chuo Shinkansen กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ ซึ่งเราจะแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับรถไฟสายนี้ให้ทราบกันภายหลังอย่างแน่นอน รอติดตามกันได้เลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *