เดินทางท่องเที่ยวสะดวกสบายด้วยรถไฟ ชินคันเซ็น รถไฟหัวกระสุน

รถไฟหัวกระสุนนี้มีเริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 1964 ซึ่งเป็นปีที่มีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียว เพราะฉะนั้น ชินคันเซ็น หากใครที่คิดอยู่เสมอว่าชีวิตนี้คงไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างประเทศและชมความงามของซากุระและฟูจิในเกียวโตแน่ๆ ก็ลองเปลี่ยนความคิดกันดูนะคะ เพราะการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน ไม่ทำให้เราผิดหวังกันแน่ๆ และวันนี้เราจะพาทุกคนไปเที่ยวชมเกียวโต ซากุระและภูเขาฟูจิด้วยการ นั่งชินคันเซน กันค่ะ รับรองเลยว่าให้บรรยากาศฟินๆ สุดโรแมนติกในแบบที่จะหาจากที่ไหนไม่ได้แน่นอน โดยเริ่มต้นเชื่อมระหว่างโตเกียวกับโอซาก้า ต่อมาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน ได้มีการขยายเส้นทางสายรถไฟชินคังเซ็นไปยังภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศญี่ปุ่น อย่างเช่น สายโทไคโดชินคังเซ็นได้ขยายเส้นทางเดินรถไฟต่อจากเมืองโอซาก้าไปจนสุดที่เมืองคาโกชิม่า ชินคันเซ็น ทางตอนใต้ของภูมิภาคคิวชู และเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2015 ที่ผ่านมา ก็ได้เปิดให้บริการเส้นทางใหม่สายรถไฟชินคังเซ็นโฮะคุริคุ สำหรับวัดนี้ตั้งอยู่ที่เกียวโตเลยค่ะ มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า วัดน้ำใส เพราะมีน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติไหลผ่าน แถมยังเป็นวัดเก่าแก่ที่มีจุดชมวิวสวยมากๆ ด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยค่ะ ที่วัดแห่งนี้จะมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมากันแทบทุกปี จากเมืองโตเกียวผ่านเมืองนากาโน่ไปจนถึงเมืองคานาซาว่าในภูมิภาคจุบุทางตอนกลางของญี่ปุ่น จนปัจจุบันเชื่อมเมืองใหญ่ๆ เพราะรถชินคันเซ็นนี้จะวิ่งอยู่บนรางที่ออกแบบมาโดยเฉพาะคือกว้างกว่ารางรถไฟปกติ ซึ่งทำให้วิ่งได้เร็วมากขึ้น ก็เลยจะต้องทำรางใหม่ทั้งหมด ชินคันเซ็น สำหรับคนที่เคยใช้บริการชินคังเซ็น น่าจะเห็นตรงกันว่าบรรยากาศภายในขบวนรถไฟชินคังเซ็นนั้นสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อยเพียงใด สำหรับ ชินคันเซน นั้น จริงๆ แล้วก็คือรถไฟความเร็วสูงนี่แหละค่ะ ถ้าเราเดินทางโดย นั่งชินคันเซน กันไป ก็จะประหยัดเวลาได้มากเลย เพราะจะใช้เวลาเดินทางน้อยกว่าการขึ้นรถไฟฟ้าบนดินหรือใต้ดินหลายเท่า เราจึงสามารถนั่งมาเที่ยวโตเกียว ชมซากุระ และภูเขาไฟฟูจิกันได้อย่างสบายๆ แต่สิ่งที่หลายคนอาจจะคิดไม่ถึงก็คือ เบื้องหลังความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในขบวนรถไฟนั้น ในญี่ปุ่นเกือบครบทุกเมืองแล้ว และด้วยความเร็วของรถชินคันเซ็น คือ ใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงครึ่งจากโตเกียวไปโอซาก้า ในขณะที่รถไฟธรรมดาใช้เวลาหกชั่วโมง ชินคันเซ็น แบบที่ต้องจองหรือไม่ต้องจองเข้ามาก็ได้ แต่ถ้าซื้อตั๋วแบบจองจะต้องระบุเลขที่นั่งด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถขึ้นรถไฟได้ ก็เลยทำให้ค่าโดยสารค่อนข้างแพง

ชินคันเซ็น ระบบรถไฟความเร็วสูงในญี่ปุ่นมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งและทำลายสถิติความเร็วใหม่ได้อยู่เสมอ แพงกว่านั่งเครื่องบินอีกครับ เพราะถ้าใช้เครื่องบินสนามบินก็อยู่ไกลจากตัวเมือง กว่าจะนั่งรถไปถึงสนามบิน ไหนจะต้องจองตั๋วไว้ล่วงหน้า แถมก่อนจะขึ้นก็ต้องโดนตรวจหลายๆ อย่าง ทำให้เสียเวลาไปเยอะกว่าทั้งๆ ที่เครื่องบินใช้เวลาบินจากโตเกียวไปโอซาก้าไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง แต่ถ้าใช้รถไฟสถานีก็อยู่เกือบๆ ใจกลางเมือง แถมไปถึงสถานีซื้อตั๋วปุ๊บก็ขึ้นได้ทันที ไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก ด้วยเหตุนี้ก็เลยทำให้มีคนนิยมใช้บริการรถชินคันเซ็นมากกว่าเครื่องบิน ทำให้ต้องลดราคาตั๋วเครื่องบินลงเพื่อดึงคนให้มาใช้บริการ อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ผู้โดยสารอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน ชินคันเซ็น เลือกประเภทบัตรโดยสารที่ต้องการ ซึ่งจะมีให้เลือกทั้งแบบที่เป็นรถไฟชินคันเซนเท่านั้น แบบที่เป็นรถไฟด่วนพิเศษ หรือแบบที่สามารถใช้ได้กับทั้งสองสาย คือระบบการทำความสะอาดภายในขบวนรถไฟ อย่างที่หลายคนรู้กันว่าระบบรถไฟในญี่ปุ่นตรงเวลาเสมอ ยิ่งเป็นรถไฟความเร็วสูงอย่างชินคังเซ็นที่มีมากถึง 323 ขบวนที่จะวิ่งออกจากสถานีโตเกียวกับปริมาณผู้โดยสารที่มากถึงราวๆ สิ่งที่ทำให้ชูโอชินคันเซ็นต่างจากรถไฟทั่วไปและรถไฟหัวกระสุนแบบอื่น ๆ คือ การใช้ระบบรถไฟแบบขับเคลื่อนด้วยการยกตัวของแม่เหล็กไฟฟ้า ชินคันเซ็น หรือแม็กเลฟ (Maglev ย่อมาจาก Magnetic Levitation) ซึ่งแค่ชื่อก็ชวนให้อยากลองไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต ทั้งนี้ชูโอชินคันเซ็นได้รับการพัฒนาให้สามารถวิ่งได้อย่างราบเรียบยิ่งขึ้น โดยไม่มีแรงเสียดทานเพราะรถไฟวิ่งแบบลอยตัวอยู่เหนือพื้น สำหรับขั้นตอนการทำความสะอาดภายในขบวนรถไฟ ก่อนที่ชินคังเซ็นจะเข้ามาเทียบชานชาลา พนักงานทำความสะอาดแต่ละคนจะยืนรออยู่ที่หน้าประตูทางเข้ารถไฟแต่ละตู้ โดยพนักงานแต่ละคนจะรับผิดชอบตู้โดยสารคนละตู้ ซึ่งแต่ละตู้ประกอบด้วย 100 ที่นั่ง หรือที่เรียกกันว่า ศาลเจ้าจิ้งจอกนั่นเอง แถมที่นี่ยังถือเป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่คนให้ความเคารพบูชากันมาก และมีความเก่าแก่สุดๆ อีกด้วย ส่วนไฮไลต์ของที่นี่ ชินคันเซ็น ที่โดดเด่นที่สุด ก็คือเสาประตูสีแดงหลายหมื่นต้นที่เรียงรายกันตลอดทางเดินทั่วเขาอินาริเลยทีเดียว สำหรับการทำความสะอาดที่นั่งในแต่ละแถวจะต้องให้เสร็จภายใน 12 วินาที นอกจากจะต้องจัดการเศษขยะตามจุดต่างๆ แล้ว

พนักงานก็จะต้องตรวจสอบชั้นวางของบนศีรษะ ชินคันเซ็น เช็ดทำความสะอาดถาดรองอาหารที่ติดอยู่หลังเบาะที่นั่ง เปิดผ้าม่านหน้าต่างของทุกที่นั่งให้เรียบร้อย ถูพื้นทางเดินให้สะอาดทุกซอกมุม ปิดท้ายด้วยการกดปุ่มปรับให้ทุกเบาะที่นั่งหันหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง หลังจากนั้นพนักงานจะออกมายืนรอที่หน้าตู้รถไฟอีกครั้งเพื่อรอคำนับผู้โดยสารพร้อมกันอันถือเป็นการเสร็จสิ้นการทำความสะอาด เพื่อรอรับขบวนถัดไปที่จะมาถึงในอีกหนึ่งนาทีถัดมา เป็นที่คาดกันว่าชูโอชินคันเซ็นจะได้รับการปรับโฉมใหม่ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น การประหยัดพลังงานนับเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ชินคังเซ็นให้ความสำคัญ ตัวอย่างหนึ่งของกรณีประหยัดพลังงานที่น่าสนใจ ชินคันเซ็น เกิดขึ้นในเส้นทางจากโตเกียวไปยังภูมิภาคโทโฮคุ โดยนอกจากจะช่วยให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถเดินทางท่องเที่ยวระหว่างเมืองต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่นได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นแล้ว ยังช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางโดยเฉพาะคนทำงานและคนในท้องถิ่น ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางไปได้กว่าครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว การพ่วงขบวนแล้ววิ่งไปพร้อมกันแบบนี้ นอกจากจะช่วยลดการปริมาณการจราจรบนรางรถไฟให้น้อยลงแล้ว ยังเป็นการช่วยประหยัดพลังงานอีกทางหนึ่งได้นั่นเอง การออกแบบภายในขบวนรถไฟของชินคังเซ็นก็ยังมีรายละเอียดที่น่าสนใจมากมาย ชินคันเซ็น อาทิเช่น การออกแบบที่นั่งตรงกลางให้กว้างกว่าที่นั่งริมทางเดินและที่นั่งริมหน้าต่าง จนกลายเป็นตำแหน่งที่นั่งได้สบายกว่า เพื่อแก้ปัญหาผู้โดยสารที่ส่วนใหญ่มักจะไม่ชอบนั่งตำแหน่งตรงกลางสำหรับที่นั่งที่มี 3 ที่ติดกัน แม้ว่าการเดินทางในญี่ปุ่นจะทั้งง่ายและสะดวกอยู่แล้ว แต่ชูโอชินคันเซ็นจะยิ่งยกระดับการเดินทางให้เหนือชั้นขึ้นไปอีก ประเทศญี่ปุ่นมีสถานที่ท่องเที่ยวตามฤดูกาลอยู่หลายแห่งที่อาจจะเดินทางเข้าถึงยาก เนื่องจากอยู่ไกลหรือต้องใช้เวลานาน อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับการออกแบบภายในของรถไฟชินคังเซ็น ที่เพิ่มความเพลิดเพลินใจให้กับผู้โดยสาร นั่นก็คือ ขบวนรถไฟ ชินคันเซ็น โทเรยุที่ภายในมีอนเซ็นแช่เท้าและที่นั่งแบบเสื่อทาทามิ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียน่าสนุกที่ได้รับการออกแบบมาอย่างใส่ใจ ซึ่งชูโอชินคันเซ็นจะช่วยให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาเยือนญี่ปุ่นได้เดินทางไปสัมผัสเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่อยู่ห่างไกลได้สะดวกยิ่งขึ้น และนี่ก็คือเรื่องราวอันแสนมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นภายในขบวนรถไฟความเร็วสูง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *