ต้นแปะก๊วย ทิวทัศน์สีเหลืองอร่าม…!!!

ต้นแปะก๊วย เมื่อย่างเข้าเดือนพฤศจิกายน บริเวณสวนเมจิจิงกูไกเอ็น (Meiji Jingu Gaien) จะเต็มไปด้วยผู้คนเดินทางมาชมทิวทัศน์สีเหลืองอร่าม โฉมหน้าที่แท้จริงของสีเหลืองทองนี้ก็คือใบของต้นแปะก๊วยนั่นเอง ยิ่งเมื่อโดนแสงอาทิตย์ใบสีเหลืองก็ยิ่งสว่างสดใสสวยงาม ราวๆ ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ต้นแปะก๊วยจะเริ่มเปลี่ยนสีจากสีเขียวไปสู่สีเหลือง พอถึงช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ใบไม้สีเหลืองและท้องฟ้าสีฟ้าสดใสในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ตัดกัน ยิ่งทำให้สัมผัสได้ถึงสีสันที่สดใสงดงามยิ่งขึ้นไปอีก ราวกับทิวทัศน์ที่ออกมาจากภาพวาดเลยทีเดียว

เมื่อถึงช่วงหมดฤดูใบไม้ร่วง ใบของต้นแปะก๊วยที่ร่วงหล่นจะทำให้พื้นรอบๆ บริเวณนี้ดูราวกับถูกปูด้วยพรมสีเหลืองเลย ในช่วงเวลาระหว่าง 9 โมงเช้าจนถึง 5 โมงเย็นของวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ บริเวณถนนต้นแปะก๊วยจะปิดไม่ไห้รถผ่าน กลายเป็นถนนคนเดิน จึงทำให้บริเวณนี้ครึกครื้นไปด้วยผู้คนมากกว่าปกติ จะมีการจัดงานเทศกาลต้นแปะก๊วย Jingu Gaien Icho Matsuri ราววันที่ 15 พ.ย. ถึงต้นเดือนธันวาคม เวลา 10:00 – 17:30 ภายในงานจะมีการออกร้านทั้งของอร่อยประจำท้องถิ่นจากทั่วประเทศ และการแสดงของเหล่านักแสดงเปิดหมวกมากมาย

วันนี่เราจะมาบอกพิกัด 6 จุดชม ต้นแปะก๊วยในญี่ปุ่น สุดโรแมนติกมาแนะนำกัน

  1. Showa Kinen Park เป็นสวนสาธารณะที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองพิธีกาญจนาภิเษกครบรอบ 50 ปีของจักพรรดิโช และยังถือเป็นจุดชมต้นแปะก๊วยเปลี่ยนสีที่สวย เพราะเป็นสวนที่มีขนาดใหญ่ มีต้นแปะก๊วยจำนวนมากโน้มกิ่งลงมาเป็นอุโมงต้นแปะก๊วยแสนสวยที่มีระยะทางยาวกว่า 300 เมตร ที่นี่มีการตกแต่งที่สวยงามมากกว่าที่อื่น โดยเฉพาะบริเวณน้ำพุที่ถือเป็นไฮไลท์ของสวน
  2. สวนโยโยกิ Yoyogi Park คือ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว อยู่ติดกันกับสถานีรถไฟฮาราจูกุและศาลเจ้าเมจิ เป็นสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้จำนวนมากมาย ที่นี่มักถูกใช้เป็นพื้นที่รวมตัวจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของวัยรุ่นรวมตลาดนัดเปิดท้ายขาย ซึ่งเป็นตลาดนัดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ไฮไลท์ของที่นี่คือฤดูกาลแห่งต้นแปะก๊วยเปลี่ยนสีของญี่ปุ่น ที่จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงด้วยกัน คือ ช่วงซากุระบาน และช่วงที่ต้นแปะก๊วยเปลี่ยนสี
  3. มหาวิทยาลัยโตเกียว มหาวิทยาลัยที่มีต้นแปะก๊วยอยู่สองทางเดิน ที่นี่เราจะพบเห็นต้นแปะก๊วยอยู่เต็มบริเวณพื้นที่ของมหาวิทยาลัย เพราะต้นแปะก๊วยเป็นสัญญาลักษณ์ของมหาวิทยาลัยนี้ เพราะบรรยากาศที่สวยงามนี้จึงมักจะมีกองถ่ายมาถ่ายทำภาพยนตร์หรือละครอยู่บ่อยๆ ทุกส่วนของมหาวิทยาลัยกลายเป็นสีเหลืองทองสวยทั่วไปหมด ต้นแปะก๊วยจะมีจำนวนเยอะมากเป็นพิเศษในบริเวณใกล้ ๆ กับประตูทางเข้าใหญ่ของมหาวิทยาลัย และทางเดินบริเวณหน้าหอนาฬิกาที่ถือเป็นจุดโปรโมทของที่นี่
  4. สวนสาธารณะเมจิจิงงู ไกเอ็น Meiji Jingu Gaien Park ถนนสายต้นแปะก๊วย เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมที่เหล่านักท่องเที่ยวต่างพากันมาชื่นชมความสวยงามของต้นแปะก๊วยที่เริ่มเปลี่ยนสีเมื่อถึงฤดูหนาว เส้นทางแห่งความงามของถนนสายต้นแปะก๊วยนั้นเริ่มต้นตั้งแต่สถานีรถไฟใต้ดิน Aoyama-Icchome Station เรื่อยไปจนถึงจุดสิ้นสุดของถนน ตลอดสองข้างทางถูกย้อมสีจนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามไปทั่ว เป็นอุโมงค์ต้นแปะก๊วยสุดโรแมนติกให้เราได้เดินลอดผ่าน ช่วงเดือนธันวาคมถนนจะเหลืองอร่ามทั้งสาย
  5. Ibaraki Prefectural Culture Center ประมาณ 12 นาที เดินจากปะตูทิศใต้ (มินามิกุจิ) สถานีมิโตะ ที่นี่คือจุดพักผ่อนของชาวเมืองมิโตะ ตามทางเซนบะโกะ (ทะเลสาบเซนบะ) มีต้นเปะก๊วยเรียงรายกันอย่างสวยงาม เชิญเพลิดเพลินไปกับฤดูต้นแปะก๊วยเปลี่ยนสี ณ มิโตะ โดยการถ่ายรูปกับต้นแปะก๊วย ช่วงที่เหมาะแก่การชม ต้นเดือน – ปลายเดือนพฤศจิกายน การเดินทาง เลี้ยวขวาตรงสัญญาณไฟจราจรที่ 2 ของทางแยกใหญ่จากประตูทิศใต้ (มินามิกุจิ) สถานีมิโตะ (ตรงกันข้ามกับ President Hotel Mito) ซึ่งถ้าเดินตรงไปจะเจอกับต้นแปะก๊วยที่ปลูกเรียงกัน
  6. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จังหวัดอิบารากิ สวนต้นแปะก๊วยภายในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จังหวัดอิบารากิประมาณ 50 ต้น จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอร่ามตั้งแต่กลางเดือน – ปลายเดือนพฤศจิกายน โดยเทศกาลชมต้นแปะก๊วยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 – 23 พ.ย. และจะมีการจัดไลท์อัพรวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ก่อนและหลังวันที่ 13 พ.ย. อีกทั้งยังไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชมใด ๆ โดยทั้งสิ้น ช่วงที่เหมาะแก่การชม ต้นเดือน – ปลายเดือนพฤศจิกายน การเดินทาง ประมาณ 10 นาที นั่งรถบัสสายไคราคุเองที่มุ่งหน้าไปยัง “Sakuragawanishidanchi” จากจุดขึ้นรถบัสหมายเลข 4 ประตูทิศเหนือ (คิตะกุจิ) สถานีมิโตะ และลงที่ “Rekishi-kan Kairakuen Iriguchi” จากนั้นเดินต่ออีก 2 นาที

เตรียมตัวเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองกันเถอะ….!!!

การเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ตั้งแต่การยกเลิกวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วัน ของนักท่องเที่ยวชาวไทย ตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา คนไทยให้ความสนใจเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นกันมากขึ้นเยอะ สังเกตุได้จากปริมาณคนที่ล้นหลามบริเวณบูธที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นในงานท่องเที่ยวทุกครั้ง และ เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ค่อนข้างปลอดภัย แถมการเดินทางไปไหนมาไหนก็สะดวก คนไทยจึงหันมานิยมไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองกันมากขึ้น

แต่สำหรับคนไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก เชื่อว่าการวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงแม้รีวิวทุกวันนี้จะเยอะแยะมากมาย แต่ก็สร้างความสับสนไม่น้อยเช่นกัน เพราะที่ไหนของญี่ปุ่นก็สวยไปหมด ตรงไหนก็น่าไป บัตร pass ต่างๆ ก็เยอะแยะจนชวนงง

วันนี้เราจะมาแนะนำของที่ต้องเตรียมเมื่อเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

  1. ปลั้กพ่วง ได้ใช้แน่ สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองมักมีเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้น การมีปลั้กพ่วงไปเที่ยวญี่ปุ่นจะช่วยอำนวยความสะดวกแต่ละคืนที่เราจำเป็นต้องชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ ที่โรงแรม ลองคำนวนจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องชาร์จในแต่ละคืน เช่น มือถือ 2. Power Bank 3. แบตเตอรี่กล้อง ฯลฯ
  2. หัวแปลงปลั๊ก หัวแปลงแบบ 3 ขาเป็น 2 ขา เพราะที่ญี่ปุ่นใช้ไฟฟ้า 100v กำลังต่ำจึงไม่ต้องมีสายดิน ทำแบบนั้นได้เพราะลงทุนจุดจั้มกระแสไฟเยอะ ต่างจากบ้านเราที่ใช้ไฟ 220v เพื่อให้ส่งไฟฟ้าไปได้ไกลๆ ญี่ปุ่นเลยใช้ช่องเสียบปลั้กส่วนใหญ่เป็นแบบแบน 2 รู (แบบไม่มีสายดิน) ซึ่งตรงกันข้ามกับปลั้กไฟของไทยรุ่นใหม่หลายชิ้นที่เป็นแบบ 3 ขา สำหรับการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองเราเลยแนะนำให้คุณพกหัวแปลงไปด้วย
  3. รองเท้าดี เดินไกลกว่าใครเขา เมื่อเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง การเดิน จัดเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าหากคุณได้รองเท้าผ้าใบดีๆ ที่ช่วยซัพพอร์ตเท้าได้จะดีมาก หรือดีกว่านั้นถ้าเป็นรองเท้าวิ่งน้ำหนักเบา รองเท้าดีๆ จะช่วยให้เหนื่อยน้อยลงและเที่ยวได้เยอะขึ้นอีก
  4. พกถุงเท้าพอดีวัน ด้วยความที่การเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองต้องเดินเยอะมาก การเสียดสีของเท้ากับรองเท้าก็เยอะตามมา ถ้าใครเป็นคนที่มีกลิ่นเท้าก็จะยิ่งเหม็นมากเพราะการใช้งานหนัก เราจึงแนะนำให้คุณเตรียมถุงเท้ามาเปลี่ยนใหม่ทุกวันดีกว่าใส่ซ้ำ เพราะถุงเท้าที่ไทยราคาถูกกว่าที่ญี่ปุ่น
  5. พกกันหนาวให้พร้อม ลองเช็คพยากรณ์อากาศถึงสภาพอากาศช่วงนั้น ถ้าอุณหภูมิต่ำว่า 7 องศา ควรเตรียมอุปกรณ์กันลมหนาวมาด้วย ไม่งั้นความหนาวจะไม่ใช่แค่ชิลๆ แต่อาจจะเย็นจนทรมานและเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองอาจไม่สนุกเลย ต้องการตรวจสอบสภาพ
  6. Power Bank การมาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองยุคนี้มือถือช่วยได้มหาศาล แต่แบตเตอรี่ส่วนใหญ่อาจอยู่ไม่ถึงวัน ยิ่งถ้าใช้เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองก็หมดก่อนแน่ ดังนั้น Power Bank จึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก ชอบรุ่นไหนก็ตามสบาย แต่ควรดูที่มีจำนวนแอมป์กำกับบนก้อนเพื่อผ่านสนามบิน
  7. ใช้แอพ Google Maps สำหรับการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองนี่ไม่มีแอพแผนที่อะไรจะดีงามเท่า Google Maps อีกแล้ว เพราะแอพนี้ช่วยชีวิตได้เยอะมากจริงๆ
  8. เรื่องของห้องน้ำ ส้วมญี่ปุ่นไม่มีที่ฉีดก้น โถส้วมที่ญี่ปุ่นไม่มีที่ฉีดก้นเหมือนเมืองไทย แต่มีก้านฉีดล้างก้นอยู่ในโถซึ่งแต่ละโถก็ออกแบบแผงควบคุมไม่เหมือนกัน โชคยังดีที่ปุ่มมีสัญลักษณ์ ดูแล้วพอเดาได้
  9. เรื่องของห้องน้ำ ทิ้งกระดาษชำระลงไปได้เลย ในสุขาที่ญี่ปุ่นจะไม่มีถังขยะให้ทิ้งกระดาษชำระ หรือถ้ามีจะเล็กมาก เพราะญี่ปุ่นมีระบบชักโครกและท่อระบายน้ำดี สามารถทิ้งกระดาษชำระลงในชักโครกได้เลย (แต่ไม่ควรทิ้งผ้าอนามัยหรืออื่นๆ ที่อาจทำให้ท่อตันได้)
  10. คนญี่ปุ่นไม่เก่งภาษาอังกฤษ ความสนุกจุดนึงในการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองอยู่ตรงที่ เราไม่ชำนาญภาษาอังกฤษพอกัน บางคนพูดไม่ได้เลยแม้จะเป็นวัยรุ่น หลายคนไม่คล่องภาษายิ่งกว่าเราเสียอีก คุณต้องเข้าใจความรู้สึกเวลาฝรั่งมาถามทางเรา ตอนที่เราไม่ถนัดภาษาอังกฤษ อารมณ์เดียวกันเลย แต่ถ้าเล็งจะถามทางหรือจะคุยกับใครแล้ว ใช้เทคนิคก็ง่ายๆ คือไม่ต้องพูดเป็นประโยค แต่ให้พูดเป็นคำๆ
  11. เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองมารยาทเที่ยวญี่ปุ่น เข้าคิว แม้จ่ายเงินในเซเว่น ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีระเบียบวินัย และให้ความสำคัญกับการเข้าแถวรอคิวน่าจะที่สุดในโลกก็เป็นได้ แม้ตอนที่ประสบภัยพิบัติ ผู้คนก็ยังต่อแถวรับเครื่องช่วยชีวิตกันอย่างเป็นระเบียบโดยไม่ต้องมีใครกำชับ ที่สำคัญ ถ้าหากนักท่องเที่ยวสักคนแซงคิว คนญี่ปุ่นก็จะไม่มีโวยวาย แต่โดนมองแรงแน่นอน

รับออกแบบรับผลิต สั่งทำการ์ด งานคุณภาพราคาพิเศษ

สั่งทำการ์ด เป็นสื่อการโฆษณาที่ดีเยี่ยมสำหรับทุกธุรกิจ หลายคนคิดว่าโปสการ์ดมากที่สุดวิธีดาษดื่นที่จะให้เกียรติทุกคนที่สนใจของพวกเขา แต่ถ้าพวกเขาต้องการที่จะแสดงความยินดีกับผู้คนเป็นจำนวนมากในวันหยุดนี้ไม่เคยมีเงินมากพอสำหรับเป็นของขวัญที่สมบูรณ์แบบสำหรับครอบครัวและเพื่อน ๆ ทุกคน เพราะโปสเตอร์มีที่พื้นที่ค่อนข้างมากเพื่อแสดงความคิดสร้างสรรค์และข้อมูลได้อย่างครบถ้วน การสร้างความสัมพันธ์ภายในองค์กรหรือแม้กระทั่งนอกองค์กร ถือเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากจะช่วยสร้างความสามัคคีแล้ว สั่งทำการ์ด ในกรณีนี้ความช่วยเหลือจะเสมอบัตร แต่เธอไม่ได้มีลักษณะซ้ำซากและบุคคลที่ได้มีไว้เพื่อความรู้สึกทัศนคติและความสนใจของคุณพยายามที่จะทำให้มันด้วยมือของตัวเอง ยังสามารถช่วยกระตุ้นให้พนักงานขยันและอยากที่จะทำงานกับเราอีกด้วย ดังนั้นการส่งการ์ดอวยพรหรือการ์ดเชิญ ค้นหารุ่นไม่ซับซ้อนมากของคุณซึ่งจะอยู่ภายใต้อำนาจที่จะทำให้แม้แต่ช่างฝีมือสามเณรเพื่อสร้างโปสการ์ด แต่ก่อนอื่นคุณต้องทำความคุ้นเคยกับบัตรหลักของกฎการผลิต นั้นสามารถจัดตั้งได้หลายที่ซึ่งทำให้การเข้าถึงของลูกค้าเป็นไปได้ง่าย สั่งทำการ์ด ดังเช่นการโฆษณาของดังกิ้น โดนัท โดยการปล่อยกลิ่นหอมของกลิ่นกาแฟดึงดูดความสนใจจากผู้โดยสารบนรถประจำทางในเกาหลีกลิ่นของกาแฟถือว่าเป็นสิ่งที่จะตราตรึงใจแก่คอกาแฟอยู่แล้ว รูปแบบของการ์ดอวยพร ที่ออกมาในยุคหลัง จึงไม่ค่อยได้เห็นรูปแบบของงานการ์ตูน ที่เจาะกลุ่มเด็ก ๆ ซึ่งเทรนด์การ์ดอวยพรปีใหม่ ในช่วงนี้ จะเป็นเรื่องของธรรมชาติ หรือ กรีน เพราะคนทั่วโลก รวมถึงคนไทย หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม และธรรมชาติ สั่งทำการ์ด สวย ๆ เริ่มหาได้ยากมากขึ้น ในสังคมเมือง น่าจะเป็นเหตุผลคนส่วนใหญ่จะชอบภาพที่เป็นความสวยงามของธรรมชาติ สามารถเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ และทำให้คนรู้จักกันและเริ่มสื่อสารต่อกันได้ ยกตัวอย่างเช่น คุณรู้สึกอย่างไร เมื่อมีคนส่งการ์ดอวยพรหรือกล่าวขอบคุณคุณ หรือเมื่อรู้ว่ามีคนจำวันเกิดของคุณได้ คุณรู้สึกดีใจและรู้สึกเป็นคนสำคัญใช่มั้ย ดังนั้น การส่งการ์ดอวยพรหรือการ์ดเชิญในวาระต่างๆ

สั่งทำการ์ด ในส่วนของตลาดการ์ดอวยพร หันมาใช้ช่องทางการขายผ่านห้างสรรพสินค้า โมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อ มากขึ้น จากเดิมขายผ่านร้านกิ๊ฟชอป ร้านหนังสือ ซึ่งสัดส่วนลูกค้า ระหว่างตลาดในกรุงเทพกับต่างจังหวัด นั้นอยู่ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน เพราะคนต่างจังหวัด ซึ่งมีเวลา ที่จะให้ความสำคัญกับการส่งการ์ดอวยพรมากกว่า ในขณะที่คนในกรุงเทพฯ อาจจะมีชีวิตที่เร่งรีบ ใม่ค่อยมีเวลา เป็นเหตุผลที่หันมาพึ่ง การ์ดอวยพรอิเลกทรอนิกส์แทน ดังนั้นเมื่อถึงป้ายที่จะลง การที่เห็นดังกิ้น โดนัทตั้งอยู่นั้นทำให้ลูกค้าอยากรับประทานมากกว่าเดิม สั่งทำการ์ด นี่ก็เป็นตัวอย่างเดียวกับการจัดตั้งโปสเตอร์ในสถานที่ใกล้ๆ กับร้านหรือเป็นการส่งเสริมให้ลูกค้าโทรศัพท์หรือคิดถึงสินค้าหรือบริการมากยิ่งขึ้น ถือเป็นวิธีง่ายๆและมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยรักษามิตรภาพภายในองค์กรได้แล้ว จะเป็นลักษณะของการออกแบบตามคำสั่งซื้อของลูกค้า ปัจจุบันยอดการสั่งไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ได้ลดลงไปมากนัก เพราะการส่งการ์ดอวยพรปีใหม่ ปฏิทินของบริษัทห้างร้าน ยังถือว่า เป็นความจำเป็น และเป็นประเพณีที่ทำสืบทอดต่อกันมา สั่งทำการ์ด แต่ในส่วนของการขายปลีกให้คนทั่วไป การเติบโต นั้นไม่มี เพียงแค่พยายามรักษา ยอดขายให้ไม่ตกลงไปมาก เพราะคุณโน้มน้าวและทำให้พวกเขารู้สึกว่าเป็นคนสำคัญและคุณอยากที่จะทำความรู้จักกับเขาจริงๆ การที่ตลาดไม่ขยาย เป็นเหตุผลที่ทำให้ การแข่งขันในธุรกิจนี้ลดลงไป จากเดิมค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับในอดีต แม้จะมีผู้ผลิตรายเล็ก เพิ่มขึ้นมาในกลุ่มของ การ์ดทำมือ แต่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งลูกค้าจะต้องส่งเป็นจำนวนมาก ก็จะไม่เลือกการ์ดทำมือ เพราะราคาสูง สั่งทำการ์ด กว่าและต้องเสียเวลาในการมาทำการ์ดแต่ละใบ ช่วงเทศกาลปีใหม่ ลูกค้ามักจะเลือกการ์ด สำเร็จรูปมากกว่า ขนาดและพื้นที่ เนื่องจากโปสเตอร์มีตั้งแต่ขนาดเล็กที่ใช้เพื่อติดประกาศในบริษัท ไปจนถึงขนาดใหญ่มากผู้ใช้จึงสามาถใช้พื่นที่ดังกล่าวในการวาดลวดลายอย่างสร้างสรรค์และใส่ข้อมูลให้ครบถ้วนเพื่อที่จะตราตรึงผู้อ่านและให้ข้อมูลผู้อ่านอย่างครบถ้วน การสร้างความทรงจำและความรู้สึกที่ดีต่อกัน ถือเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยสร้างคอนเนคชั่นและความสัมพันธ์กันในระยะยาวได้ ในแง่ของการทำธุรกิจ

สั่งทำการ์ด การมีคอนเนคชั่นหรือความสัมพันธ์ที่กว้างขวางมักจะง่ายต่อการทำธุรกิจ การทำโปรโมชั่นให้มีประสิทธิภาพนั้น เหตุผลหลักคือความต้องการที่จะให้คนเข้ามาซื้อสินค้าหรือบริการมากขึ้น ดังนั้นการที่ทำโปรโมชั่นแล้วไม่สามารถบ่งบอกให้คนภายนอกองค์กรรู้ได้นั้นก็คงถือว่าไม่ประสบความสำเร็จ คุณกำลังมองหาโรงพิมพ์ที่มีคุณภาพ แต่มักจะมีราคาแพง แต่ถ้าคุณมีคอนเนคชั่นที่ดี เพื่อนคุณอาจจะสามารถช่วยแนะนำโรงพิมพ์ที่มีราคาถูกหรือมอบส่วนลดให้กับคุณได้ เป็นต้น ดังนั้น เพียงแค่คุณส่งการ์ดเชิญหรือการ์ดอวยพรในวันสำคัญต่างๆ ก็สามารถช่วยสร้างความประทับใจ สั่งทำการ์ด ให้กับลูกค้าหรือหุ้นส่วนได้แล้ว ในอนาคตเมื่อคุณต้องการความช่วยเหลือ พวกเขาก็เต็มใจที่จะช่วยคุณ เนื่องจากคุณมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ในยุคดิจิตอลที่เทคโนโลยีเอื้อต่อการทำธุรกิจ ทำให้มีธุรกิจเกิดขึ้นใหม่มากมายหลายประเภท หรือมักจะมีคู่แข่งทางธุรกิจเกิดขึ้นตลอด ดังนั้นการส่งการ์ดอวยพรหรือการ์ดเชิญให้กับลูกค้า หรือหุ้นส่วน สำหรับโปสเตอร์นั้นถือว่าเป็นการโฆษณาที่สามารถเข้าถึงผู้คนได้มากที่สุดแล้ว สั่งทำการ์ด จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงควรใช้โปสเตอร์ในการโฆษณาเมื่อต้องการจะทำโปรโมชั่นหรือข้อเสนอใหม่ที่น่าสนใจให้แก่ลูกค้า เป็นการย้ำตัวตนและเสนอธุรกิจของคุณให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยบอกให้ลูกค้ารู้ว่าเรายังคงทำธุรกิจอยู่นะ และสามารถใช้บริการของเราได้ การทำการตลาดด้วยวิธีนี้จะยิ่งทำให้บริษัทของคุณมีความเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างจากคู่แข่ง ระยะเวลาใช้งานที่ยาวนาน โปสเตอร์นั้นมีอายุการใช้งานค่อนข้างยาวกว่าสื่อสิ่งพิมพ์อื่น โดยจุดประสงค์ก็จะคล้ายกับการส่งจดหมายข่าวสารประจำเดือน สั่งทำการ์ด ที่จะคอยอัพเดทโปรโมชั่นและนำเสนอสินค้าและบริการให้กับลูกค้า เพราะโดยส่วนมากแล้วโปสเตอร์นั้นจะไม่โดนสัมผัสจากผู้อ่าน ดังนั้นการโฆษณาผ่านโปสเตอร์จึงมีความคุ้มค่าอย่างมาก

ปัจจุบัน สั่งทำการ์ด ผู้คนต่างให้ความสำคัญกับสถานะทางสังคมหรือภาพลักษณ์ของตนเองมากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน ถ้าการ์ดอวยพรและการ์ดเชิญที่เราส่งไปให้ผู้รับ มีการออกแบบที่สวยงาม ใช้วัสดุที่มีคุณภาพ ก็จะสามารถช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่มีความเป็นมืออาชีพต่อลูกค้าได้ อีกทั้งยังช่วยโน้มน้าวให้ลูกค้าอยากที่จะใช้สินค้าและบริการของเราในอนาคตได้อีกด้วย ไม่เว้นแม้กระทั่งในโลกออนไลน์ เหตุผลหลักๆ ก็คงเพราะ ทุกคนต่างต้องการเป็นที่รัก เป็นที่รู้จักและต้องการเป็นคนสำคัญที่มีแต่คนให้ความสนใจ โดยลูกค้าจะมองว่า สั่งทำการ์ด  เรามีความพร้อมแล้วที่จะดูแลและเอาใจใส่ลูกค้า หลังจากที่เราส่งการ์ดอวยพรและการ์ดเชิญให้กับลูกค้าในวาระต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น การที่เราส่งการ์ดเชิญหรือการ์ดอวยพรที่ผลิตจากกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (กระดาษรีไซเคิล) จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเรามีภาพลักษณ์ที่ดี มีความพิถีพิถันและก็ใส่ใจทุกขั้นตอนโดยคำนึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ทำให้กล้าที่จะลงทุนกับคุณมากยิ่งขึ้น เป็นต้น ทำให้มีนักการตลาดหลายคนที่มองเห็นและใช้ประโยชน์จากจุดนี้ เพื่อช่วยทำการตลาดและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัท สั่งทำการ์ด เหตุผลสำคัญที่ทำให้การ์ดเชิญและการ์ดอวยพรสำคัญต่อธุรกิจของคุณ คุณภาพและความชัดของโปสเตอร์ การจะปริ้นท์โปสเตอร์นั้นต้องมีความชัดและคม ถ้าภาพแตกก็คงไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้ ดังนั้นการที่ใช้ร้านที่มีคุณภาพในการปริ้นท์สื่อสิ่งพิมพ์นั้นจึงมีความจำเป็นต่อลูกค้า เชื่อเราเถอะ เพียงแค่คุณส่งการ์ดอวยพรหรือการ์ดเชิญเล็กๆน้อยๆ ให้กับลูกค้า เพื่อนร่วมงาน หรือหุ้นส่วน สามารถช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นได้ สั่งทำการ์ด สำหรับใครที่กำลังมองหาโรงพิมพ์ เพื่อพิมพ์การ์ดอวยพรและการ์ดเชิญ สามารถใช้บริการสั่งพิมพ์ของเราได้ พิมพ์การ์ดอวยพร และ พิมพ์การ์ดเชิญ ติดตามบทความดีๆ จากเราได้อีกในบทความหน้า เมื่อคุณจะพิมพ์โปสเตอร์ การ์ดเชิญและการ์ดอวยพรคือหนึ่งในสิ่งพิมพ์สำคัญที่ใช้เป็นเครื่องมือสำหรับทำการการตลาดและช่วยทำให้บรรลุจุดประสงค์นี้ เนื่องจากการ์ดเชิญและการ์ดอวยพรสามารถช่วยกระชับความสัมพันธ์ภายในองค์กร และระหว่างตัวบุคคลได้ ดังนั้น สั่งทำการ์ด  ทุกวันนี้สิ่งที่สำคัญในทุกสาขา เป็นการนำเสนอ บัตรอวยพรยังเป็นหนึ่งในวิธีการแสดงความรู้สึกของคุณ ฉันขอบอกว่าบัตรอวยพรเป็นบรรจุความงามของความรู้สึกของคุณ การแสดงออกเพื่อให้ผู้รับรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติ วันนี้จะมาอธิบายสาเหตุว่า “4 เหตุผลสำคัญ ทำไมการ์ดเชิญและการ์ดอวยพรถึงสำคัญต่อการทำธุรกิจ” ดังนั้นบัตรอวยพรสามารถใช้เกือบทุกโอกาสเพียงสิ่งเดียวที่คุณควรเลือก บัตรขวาสีที่เหมาะสมการออกแบบหรือภาพพร้อมกับข้อความที่พิมพ์หรือการนวดที่เขียนด้วยลายมือของคุณเอง ซึ่ง สั่งทำการ์ด จะเปิดเผยความรักของคุณ เนื่องจากการ์ดอวยพรมีให้เลือกหลายโอกาสและมีการ์ดอวยพรจำนวนมากในตลาด

ความหลากหลายของโรงแรมญี่ปุ่น …!!!

โรงแรมญี่ปุ่น ในญี่ปุ่นมีโรงแรมหรือที่พักให้เลือกหลากหลายประเภท หลายระดับราคา ซึ่งพอจะแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้

โรงแรมญี่ปุ่น Hostel หรือ Guesthouse เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากเป็นที่พักที่มีราคาถูกที่สุด คิดค่าเข้าพักเป็นรายหัว มีทั้งห้องพักที่เป็นส่วนตัว ห้องน้ำในตัว/ห้องน้ำรวม หรือเตียงที่พักในห้องร่วมกับผู้เข้าพักท่านอื่น

โรงแรมญี่ปุ่น  Youth Hostel หรือบ้านพักเยาวชนนานาชาติ ในญี่ปุ่นมีกระจายอยู่ในเมืองต่าง ๆ ราว 360 แห่ง และไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเยาวชนเท่านั้นที่เข้าพักได้ ผู้ใหญ่ก็เข้าพักได้ขอให้สมัครเป็นสมาชิกสมาคมบ้านพักเยาวชนเท่านั้นก็เป็นพอ

โรงแรมญี่ปุ่น เรียวกัง(Ryokan) หรือที่พักแบบโรงแรมพื้นบ้านญี่ปุ่น ได้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นย้อนยุค เรียวกังส่วนใหญ่จะมีบ่อแช่น้ำร้อนหรือออนเซ็นอยู่ในห้องเดียวกันกับห้องอาบน้ำ โดยมีห้องสุขาแยกออกมาต่างหาก โดยแยกส่วนเป็นชายหญิง

โรงแรมญี่ปุ่น Business Hotel เป็นที่นิยมของนักธุรกิจหรือพนักงานบริษัทของญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นโรงแรมที่ราคาค่าห้องพักไม่แพงมากนัก มีห้องน้ำในตัว  บางแห่งมีอาหารเช้าแบบง่าย ๆ ให้ ที่สำคัญตั้งอยู่ในทำเลที่ดี อยู่ใกล้สถานีรถไฟ ทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็ว

โรงแรมแคปซูล (Capsule Hotel) จุดประสงค์ของการมีโรงแรมแบบนี้ก็เพื่อรองรับพนักงานบริษัทที่มัวแต่สังสรรค์หลังเลิกงานจนเพลินหรือคนเดินทางที่พลาดรถไฟเที่ยวสุดท้ายในการเดินทางกลับบ้าน

โรงแรมญี่ปุ่น Love Hotels เป็นโรงแรมพิเศษที่ไม่เหมือนโรงแรมทั่ว ๆ ไป เพราะมุ่งเน้นให้บริการสำหรับคู่รัก สามารถเปิดห้องได้เป็นรายชั่วโมงไปจนถึงค้างคืน คล้าย ๆ โรงแรมม่ายรูดในบ้านเรานั่นเอง แต่ตัวอาคารตกแต่งได้หนูหราอลังการมีสีสันยังกับฮาเร็มหรือปราสาทราชวังตะวันตก

Hotel  โรงแรมมาตรฐานสากลแบบตะวันตก มีให้เลือกมากมายหลากหลายระดับราคา ห้องพัก เตียงนอนหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ก็เหมือนกับโรงแรมมาตรฐานทั่ว ๆ ไป

วันนี้เราขอเสนอ 6 อันดับโรงแรมญี่ปุ่น หรูหราในญี่ปุ่นที่ต้องลองไปพักสักครั้ง

  1. Ryokan Biyunoyado เป็นโรงแรมญี่ปุ่นที่มีออนเซ็นในตัวทั้งแบบในร่ม และกลางแจ้ง อยู่ใกล้สถานีรถไฟ Yudanaka Station โดยใช้เวลาเดินเพียงแค่ 10 นาที อีกทั้งโรงแรมมีบริการรถรับส่งจากสถานีไปยังโรงแรม นอกจากนี้อาหารของโรงแรมญี่ปุ่นยังมีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับญี่ปุ่น ทำให้แขกที่เข้าพักหลายท่านยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่ารสชาติอร่อยแบบดั้งเดิม
  2. Oyado Yamakyu โรงแรมญี่ปุ่นเรียวกังแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมือง Takayama ซึ่งมีใจกลางเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี และมีเนื้อวากิวที่แสนอร่อยคุ้มค่าแก่การเดินทางไปลิ้มลอง นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งหลายแห่งที่ช่วยคลายความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการท่องเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ตลอดทั้งวัน
  3. Jinpyokaku Honten โรงแรมญี่ปุ่นเรียวกัง Jinpyokaku ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 1901 มีประวัติการให้บริการกว่า 110 ปี เคยให้การต้อนรับการเข้าพักของจักรพรรดิ และบุคคลสำคัญของญี่ปุ่นมากมาย โดยให้บริการห้องพักที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติซึ่งมีจำนวนเพียง 6 ห้องเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีบ่ออาบน้ำร้อนกลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติ ที่ผู้เข้าพักทุกท่านสามารถอบอุ่นร่างกายได้ในขณะแช่น้ำ และมองหิมะที่ตกจากขุนเขา
  4. Hinodeya นักเดินทางส่วนมากมักเดินทางผ่านเมืองชิซูโอกะระหว่างทางจากโตเกียวไปเกียวโต แต่โรงแรมญี่ปุ่นเรียวกังแห่งนี้ตั้งอยู่ในที่สูงอย่าง Izu Kogen ซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดจากบรรดาผู้เดินทางที่ต้องการไปสัมผัสบรรยากาศ ณ เรียวกังแห่งนี้ ด้วยพนักงานที่เป็นมิตร และธรรมชาติที่โอบล้อม โดยตกแต่งห้องพักด้วยดอกไม้ นานาพันธุ์ตามฤดูกาลทำให้ที่พักนี้ได้ใจผู้เข้าพัก
  5. Arashiyama Benki ด้วยห้องพักที่สวยงาม และห้องอาบน้ำที่หรูหรา อีกทั้งสถานที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำในย่านอาราชิยามะในเขตชานเมืองตะวันตกของเมืองเกียวโต ทำให้หลายคนยอมเสียเงินกว่า 25,000 เยน หรือประมาณ 7,000 บาทเพื่อเข้าพักโรงแรมญี่ปุ่นแห่งนี้
  6. Ryokan Sawanoya หากใครคิดว่าโรงแรมญี่ปุ่นราคาประหยัดในโตเกียวจะต้องถูกจำกัดด้วยรูปแบบโรงแรมแคปซูล และคาเฟ่อินเทอร์เน็ตเท่านั้น ให้นึกถึงโรงแรมญี่ปุ่นเรียวกังแห่งนี้แทน ด้วยอัตราค่าบริการต่อคนโดยเริ่มต้นเพียง 5,400 เยน หรือ 1,500 บาท จะทำให้คุณได้สัมผัสที่พักที่แสน สบายพร้อมอาหารเช้าสุดแสนอร่อย

การแช่ออนเซ็นให้มีประสิทธิภาพ…!!!

การแช่ออนเซ็น อย่างมีประสิทธิภาพและดีต่อสุขภาพ การรักษาโรคด้วยการแช่น้ำแร่ ในประเทศญี่ปุ่นได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณ น้ำออนเซ็นประกอบไปด้วยแร่ธาตุและอุณหภูมิที่แตกต่างกันไป ส่งผลทำให้มีประสิทธิภาพที่แตกต่างกันไปเช่นกัน

วิธีการแช่ออนเซ็นที่ถูกต้อง

1.ควรดื่มน้ำก่อนเข้าแช่ออนเซ็น 15 นาที

หลังจากที่แช่ออนเซ็นแล้วการดื่มน้ำเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่การดื่มน้ำก่อนลงแช่ออนเซ็นก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะนอกจากจะทำให้เลือดไหลเวียนดี แล้วยังช่วยให้การแช่ออนเซ็นนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควรดื่มน้ำหรือน้ำชาก่อนเข้าแช่ออนเซ็น 15 นาที

2.ล้างตัวก่อนเข้าแช่ออนเซ็น

ก่อนที่จะลงไปในอ่างอาบน้ำ ให้ชำระสิ่งสกปรกออกจากร่างกายก่อน และให้ล้างฟองสบู่ออกให้หมด การใช้ฟักบัวอาบนั้น กรุณานั่งอาบ

3.ราดน้ำร้อนก่อนเข้าแช่ออนเซ็น

จากเท้าไปหาเอว จากปลายนิ้วไปถึงไหล่และจากหน้าอกไล่ตามลำดับไปยังส่วนที่ไกล การ “ราดนํ้าร้อน” นั้นเพื่อทำให้ร่างกายชินกับอุณหภูมิของนํ้าร้อน สุดท้ายให้ราดหัวด้วย จะสามารถป้องกันอาการวิงเวียนและความร้อนวูบวาบได้

4.ลงไปครึ่งตัวเพื่อให้ร่างกายชินกับการแช่ออนเซ็น

ลงอ่างออนเซ็นอย่างช้าๆ ตอนแรกให้แช่ในน้ำร้อนขึ้นไปที่ช่องท้อง และ”แช่ครึ่งตัว”เพื่อให้ร่างกายชินกับ อุณหภูมิและความดันของออนเซ็น ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดผลกระทบอย่างรวดเร็ว เมื่ออุ่นขึ้นแล้ว ขอแนะนำให้เคลื่อนไหวแขนและขา

5.จุดที่ควรระวังในการแช่ออนเซ็น

เวลาของการแช่ออนเซ็นนั้น ให้แช่พอประมาณ เวลาของการแช่นั้น ให้ใช้ปริมาณเหงื่อที่หน้าผากและหัวจมูกเป็นมาตรฐาน การแช่ออนเซ็นนานๆจนเหงื่อไหลและใจสั่นนั้น อย่าทำ

6.อย่าอาบน้ำหลังจากที่แช่ออนเซ็น

เพราะส่วนผสมของสมุนไพรจะถูกชำระล้างออกไปด้วยการอาบน้ำ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีผิวละเอียดอ่อนและจะทำให้เกิดการอักเสบที่ผิวหนังได้นั้น ให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

7.เช็ดร่างกายเบาๆก่อนที่จะขึ้นจากการแช่ออนเซ็น

ตอนขึ้นจากน้ำนั้น ให้เช็ดร่างกายเบาๆ และไปที่ห้องแต่งตัว

8.เติมน้ำให้ร่างกายอย่างเพียงพอก่อนแช่ออนเซ็น

จากการที่เหงื่อออก ทำให้น้ำในร่างกายลดน้อยลง

9.พักร่างกายช้าๆหลังแช่ออนเซ็น

ระหว่างแช่ออนเซ็นนั้น พลังงานจะมีการถูกใช้ไป นอกจากนี้ความดันโลหิตยังมีการผันผวนได้ เพื่อรักษาเสถียรภาพของสภาพร่างกาย การพักอย่างน้อยประมาณ 30 นาทีนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ

การแช่ออนเซ็นให้มีประสิทธิภาพที่ดี นั้นขึ้นอยู่ที่ขั้นตอน และถ้าสามารถทำตามขั้นตอนนั้นอย่างถูกต้องแล้ว คุณอาจจะหลงรักการแช่ออนเซ็นอย่างโงหัวไม่ขึ้นเลยก็ได้

เดินทางท่องเที่ยวสะดวกสบายด้วยรถไฟ ชินคันเซ็น รถไฟหัวกระสุน

รถไฟหัวกระสุนนี้มีเริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 1964 ซึ่งเป็นปีที่มีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียว เพราะฉะนั้น ชินคันเซ็น หากใครที่คิดอยู่เสมอว่าชีวิตนี้คงไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างประเทศและชมความงามของซากุระและฟูจิในเกียวโตแน่ๆ ก็ลองเปลี่ยนความคิดกันดูนะคะ เพราะการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน ไม่ทำให้เราผิดหวังกันแน่ๆ และวันนี้เราจะพาทุกคนไปเที่ยวชมเกียวโต ซากุระและภูเขาฟูจิด้วยการ นั่งชินคันเซน กันค่ะ รับรองเลยว่าให้บรรยากาศฟินๆ สุดโรแมนติกในแบบที่จะหาจากที่ไหนไม่ได้แน่นอน โดยเริ่มต้นเชื่อมระหว่างโตเกียวกับโอซาก้า ต่อมาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน ได้มีการขยายเส้นทางสายรถไฟชินคังเซ็นไปยังภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศญี่ปุ่น อย่างเช่น สายโทไคโดชินคังเซ็นได้ขยายเส้นทางเดินรถไฟต่อจากเมืองโอซาก้าไปจนสุดที่เมืองคาโกชิม่า ชินคันเซ็น ทางตอนใต้ของภูมิภาคคิวชู และเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2015 ที่ผ่านมา ก็ได้เปิดให้บริการเส้นทางใหม่สายรถไฟชินคังเซ็นโฮะคุริคุ สำหรับวัดนี้ตั้งอยู่ที่เกียวโตเลยค่ะ มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า วัดน้ำใส เพราะมีน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติไหลผ่าน แถมยังเป็นวัดเก่าแก่ที่มีจุดชมวิวสวยมากๆ ด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยค่ะ ที่วัดแห่งนี้จะมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมากันแทบทุกปี จากเมืองโตเกียวผ่านเมืองนากาโน่ไปจนถึงเมืองคานาซาว่าในภูมิภาคจุบุทางตอนกลางของญี่ปุ่น จนปัจจุบันเชื่อมเมืองใหญ่ๆ เพราะรถชินคันเซ็นนี้จะวิ่งอยู่บนรางที่ออกแบบมาโดยเฉพาะคือกว้างกว่ารางรถไฟปกติ ซึ่งทำให้วิ่งได้เร็วมากขึ้น ก็เลยจะต้องทำรางใหม่ทั้งหมด ชินคันเซ็น สำหรับคนที่เคยใช้บริการชินคังเซ็น น่าจะเห็นตรงกันว่าบรรยากาศภายในขบวนรถไฟชินคังเซ็นนั้นสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อยเพียงใด สำหรับ ชินคันเซน นั้น จริงๆ แล้วก็คือรถไฟความเร็วสูงนี่แหละค่ะ ถ้าเราเดินทางโดย นั่งชินคันเซน กันไป ก็จะประหยัดเวลาได้มากเลย เพราะจะใช้เวลาเดินทางน้อยกว่าการขึ้นรถไฟฟ้าบนดินหรือใต้ดินหลายเท่า เราจึงสามารถนั่งมาเที่ยวโตเกียว ชมซากุระ และภูเขาไฟฟูจิกันได้อย่างสบายๆ แต่สิ่งที่หลายคนอาจจะคิดไม่ถึงก็คือ เบื้องหลังความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในขบวนรถไฟนั้น ในญี่ปุ่นเกือบครบทุกเมืองแล้ว และด้วยความเร็วของรถชินคันเซ็น คือ ใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงครึ่งจากโตเกียวไปโอซาก้า ในขณะที่รถไฟธรรมดาใช้เวลาหกชั่วโมง ชินคันเซ็น แบบที่ต้องจองหรือไม่ต้องจองเข้ามาก็ได้ แต่ถ้าซื้อตั๋วแบบจองจะต้องระบุเลขที่นั่งด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถขึ้นรถไฟได้ ก็เลยทำให้ค่าโดยสารค่อนข้างแพง

ชินคันเซ็น ระบบรถไฟความเร็วสูงในญี่ปุ่นมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งและทำลายสถิติความเร็วใหม่ได้อยู่เสมอ แพงกว่านั่งเครื่องบินอีกครับ เพราะถ้าใช้เครื่องบินสนามบินก็อยู่ไกลจากตัวเมือง กว่าจะนั่งรถไปถึงสนามบิน ไหนจะต้องจองตั๋วไว้ล่วงหน้า แถมก่อนจะขึ้นก็ต้องโดนตรวจหลายๆ อย่าง ทำให้เสียเวลาไปเยอะกว่าทั้งๆ ที่เครื่องบินใช้เวลาบินจากโตเกียวไปโอซาก้าไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง แต่ถ้าใช้รถไฟสถานีก็อยู่เกือบๆ ใจกลางเมือง แถมไปถึงสถานีซื้อตั๋วปุ๊บก็ขึ้นได้ทันที ไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก ด้วยเหตุนี้ก็เลยทำให้มีคนนิยมใช้บริการรถชินคันเซ็นมากกว่าเครื่องบิน ทำให้ต้องลดราคาตั๋วเครื่องบินลงเพื่อดึงคนให้มาใช้บริการ อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ผู้โดยสารอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน ชินคันเซ็น เลือกประเภทบัตรโดยสารที่ต้องการ ซึ่งจะมีให้เลือกทั้งแบบที่เป็นรถไฟชินคันเซนเท่านั้น แบบที่เป็นรถไฟด่วนพิเศษ หรือแบบที่สามารถใช้ได้กับทั้งสองสาย คือระบบการทำความสะอาดภายในขบวนรถไฟ อย่างที่หลายคนรู้กันว่าระบบรถไฟในญี่ปุ่นตรงเวลาเสมอ ยิ่งเป็นรถไฟความเร็วสูงอย่างชินคังเซ็นที่มีมากถึง 323 ขบวนที่จะวิ่งออกจากสถานีโตเกียวกับปริมาณผู้โดยสารที่มากถึงราวๆ สิ่งที่ทำให้ชูโอชินคันเซ็นต่างจากรถไฟทั่วไปและรถไฟหัวกระสุนแบบอื่น ๆ คือ การใช้ระบบรถไฟแบบขับเคลื่อนด้วยการยกตัวของแม่เหล็กไฟฟ้า ชินคันเซ็น หรือแม็กเลฟ (Maglev ย่อมาจาก Magnetic Levitation) ซึ่งแค่ชื่อก็ชวนให้อยากลองไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต ทั้งนี้ชูโอชินคันเซ็นได้รับการพัฒนาให้สามารถวิ่งได้อย่างราบเรียบยิ่งขึ้น โดยไม่มีแรงเสียดทานเพราะรถไฟวิ่งแบบลอยตัวอยู่เหนือพื้น สำหรับขั้นตอนการทำความสะอาดภายในขบวนรถไฟ ก่อนที่ชินคังเซ็นจะเข้ามาเทียบชานชาลา พนักงานทำความสะอาดแต่ละคนจะยืนรออยู่ที่หน้าประตูทางเข้ารถไฟแต่ละตู้ โดยพนักงานแต่ละคนจะรับผิดชอบตู้โดยสารคนละตู้ ซึ่งแต่ละตู้ประกอบด้วย 100 ที่นั่ง หรือที่เรียกกันว่า ศาลเจ้าจิ้งจอกนั่นเอง แถมที่นี่ยังถือเป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่คนให้ความเคารพบูชากันมาก และมีความเก่าแก่สุดๆ อีกด้วย ส่วนไฮไลต์ของที่นี่ ชินคันเซ็น ที่โดดเด่นที่สุด ก็คือเสาประตูสีแดงหลายหมื่นต้นที่เรียงรายกันตลอดทางเดินทั่วเขาอินาริเลยทีเดียว สำหรับการทำความสะอาดที่นั่งในแต่ละแถวจะต้องให้เสร็จภายใน 12 วินาที นอกจากจะต้องจัดการเศษขยะตามจุดต่างๆ แล้ว

พนักงานก็จะต้องตรวจสอบชั้นวางของบนศีรษะ ชินคันเซ็น เช็ดทำความสะอาดถาดรองอาหารที่ติดอยู่หลังเบาะที่นั่ง เปิดผ้าม่านหน้าต่างของทุกที่นั่งให้เรียบร้อย ถูพื้นทางเดินให้สะอาดทุกซอกมุม ปิดท้ายด้วยการกดปุ่มปรับให้ทุกเบาะที่นั่งหันหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง หลังจากนั้นพนักงานจะออกมายืนรอที่หน้าตู้รถไฟอีกครั้งเพื่อรอคำนับผู้โดยสารพร้อมกันอันถือเป็นการเสร็จสิ้นการทำความสะอาด เพื่อรอรับขบวนถัดไปที่จะมาถึงในอีกหนึ่งนาทีถัดมา เป็นที่คาดกันว่าชูโอชินคันเซ็นจะได้รับการปรับโฉมใหม่ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น การประหยัดพลังงานนับเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ชินคังเซ็นให้ความสำคัญ ตัวอย่างหนึ่งของกรณีประหยัดพลังงานที่น่าสนใจ ชินคันเซ็น เกิดขึ้นในเส้นทางจากโตเกียวไปยังภูมิภาคโทโฮคุ โดยนอกจากจะช่วยให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถเดินทางท่องเที่ยวระหว่างเมืองต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่นได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นแล้ว ยังช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางโดยเฉพาะคนทำงานและคนในท้องถิ่น ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางไปได้กว่าครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว การพ่วงขบวนแล้ววิ่งไปพร้อมกันแบบนี้ นอกจากจะช่วยลดการปริมาณการจราจรบนรางรถไฟให้น้อยลงแล้ว ยังเป็นการช่วยประหยัดพลังงานอีกทางหนึ่งได้นั่นเอง การออกแบบภายในขบวนรถไฟของชินคังเซ็นก็ยังมีรายละเอียดที่น่าสนใจมากมาย ชินคันเซ็น อาทิเช่น การออกแบบที่นั่งตรงกลางให้กว้างกว่าที่นั่งริมทางเดินและที่นั่งริมหน้าต่าง จนกลายเป็นตำแหน่งที่นั่งได้สบายกว่า เพื่อแก้ปัญหาผู้โดยสารที่ส่วนใหญ่มักจะไม่ชอบนั่งตำแหน่งตรงกลางสำหรับที่นั่งที่มี 3 ที่ติดกัน แม้ว่าการเดินทางในญี่ปุ่นจะทั้งง่ายและสะดวกอยู่แล้ว แต่ชูโอชินคันเซ็นจะยิ่งยกระดับการเดินทางให้เหนือชั้นขึ้นไปอีก ประเทศญี่ปุ่นมีสถานที่ท่องเที่ยวตามฤดูกาลอยู่หลายแห่งที่อาจจะเดินทางเข้าถึงยาก เนื่องจากอยู่ไกลหรือต้องใช้เวลานาน อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับการออกแบบภายในของรถไฟชินคังเซ็น ที่เพิ่มความเพลิดเพลินใจให้กับผู้โดยสาร นั่นก็คือ ขบวนรถไฟ ชินคันเซ็น โทเรยุที่ภายในมีอนเซ็นแช่เท้าและที่นั่งแบบเสื่อทาทามิ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียน่าสนุกที่ได้รับการออกแบบมาอย่างใส่ใจ ซึ่งชูโอชินคันเซ็นจะช่วยให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาเยือนญี่ปุ่นได้เดินทางไปสัมผัสเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่อยู่ห่างไกลได้สะดวกยิ่งขึ้น และนี่ก็คือเรื่องราวอันแสนมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นภายในขบวนรถไฟความเร็วสูง

ใบไม้เปลี่ยนสี สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น

วันนี้เรามีตารางพยากรณ์ ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น แบบละเอียดยิบตามวันที่ในทุกๆ ภูมิภาคกันเลยทีเดียว ลงมาทางด้านทิศตะวันออกของเกาะกันสักเล็กน้อย ที่ภูมิภาคคันโตที่หลายๆ คนต้องผ่าน เพราะเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงอย่างโตเกียวนั่นเอง ในโซนนี้สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ตั้งแต่ช่วงปลายตุลาคมแถวๆ ซึ่งจะทำให้เพื่อนๆ สามารถประเมินการเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ได้แม่นยำมากขึ้น หากมีการเปลี่ยนแปลง โดยภายในสวนจะเป็นเนินเตี้ย ประดับตกแต่งด้วยหินขนาดใหญ่ โดยรอบเป็นต้นเมเปิ้ลเรียงรายกันอยู่ซึ่งในฤดูใบไม้ร่วงนั้นใบเมเปิ้ลจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม ให้วิวและบรรยากาศที่สวยงามมาก และในตอนกลางคืนจะมีการเปิดไฟประดับส่องสว่าง ทำให้เห็นสีใบไม้แดงได้อย่างชัดเจนและเห็นเงาสะท้อนราวกับกระจกของผิวน้ำในสระด้วย จะคอยอัพเดตข้อมูลให้เรื่อยๆ ไปดูกันดีกว่าว่าใครทันดู ใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงไหนกันบ้าง ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ถือเป็นฤดูที่โรแมนติกสุดๆ ใครกำลังคิดว่าจะไปเที่ยว ญี่ปุ่น เดือน ไหนดี ภูมิภาคทางเหนืออย่างฮอกไกโดจะมีใบไม้เปลี่ยนสีเกิดขึ้นก่อน ไล่ลงไป โดยทางคิวชู และโอกินาว่าจะมีใบไม้เปลี่ยนสีช้ากว่าภูมิภาคอื่น ซึ่งข้อมูลอัพเดทที่สุดตอนนี้คาดว่า ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุด ตามพื้นที่ต่างๆ เราขอแนะนำช่วง ใบไม้เปลี่ยนสี หรือฤดูใบไม้ร่วง นี่แหละเรียกได้ว่าเป็นฤดูที่สวยที่สุดของญี่ปุ่นเลยทีเดียว เป็นวัดที่กินพื้นที่ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเกียวโต จะสวยงามมากในช่วงฤดู ใบไม้เปลี่ยนสี ศาลาสีแดงซึ่งตั้งอยู่กลางน้ำจะถูกห้อมล้อมไปด้วยใบเมเปิ้ลที่เปลี่ยนเป็นสีแดงสด และยังมีทางเดินที่สามารถใช้ปีนภูเขาขึ้นไปเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามซึ่งที่ด้านบนจะยังมีศาลาไม้ขนาดใหญ่ พร้อมกับวิวที่จะเห็นพื้นที่โล่งกว้างใหญ่

ถ้าอากาศสดใส ใบไม้เปลี่ยนสี ท้องฟ้าโปร่ง เพราะใบไม้จะค่อยๆ เปลี่ยนสีทั้ง เหลือง ส้ม แดง น่าไปถ่ายรูปสุดๆ อุณหภูมิที่ญี่ปุ่นในช่วงนี้ก็จะสบายๆ สภาพอากาศดีงาม และหนึ่งในประเทศที่ผู้คนต่างไปเยือนมากแห่งหนึ่งก็คือ ประเทศญี่ปุ่น เพราะขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติและวัฒนธรรม ปกติแล้ว ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ญี่ปุ่น จะเริ่มทยอยเปลี่ยนสีลงมาจากทางตอนบนของญี่ปุ่น คือ ฮอกไกโด ที่จะเริ่มเปลี่ยนสีในช่วงปลายเดือนกันยายน อีกทั้งต้นไม้ดอกไม้ของที่นี่งามจนทำให้เราประทีบใจไม่รู้จบ และไล่ลงมาทางภูมิภาคทางตอนล่างของญี่ปุ่น สามารถเข้าชมสวนได้ตลอดทั้งปี แต่จะสวยงามมากในช่วงเดือนปลายพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคมซึ่งเป็นช่วง ใบไม้เปลี่ยนสี ใบต้นเมเปิ้ลที่อยู่โดยรอบของสวนจะเป็นสีส้มสลับแดง และบางต้นจะเป็นสีเหลืองทองสวยงามมาก สวนแห่งนี้เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงที่นิยมมากแห่งหนึ่ง ซึ่งจะได้เห็นทัศนียภาพของสวนสไตล์ญี่ปุ่นท่ามกลางสีสันของใบไม้ รวมกับวิวบนเนินเขารอบๆ จนถึงประมาณกลางเดือนธันวาคม ยาวๆไป เรามาดูกันว่าถ้าจะไปเที่ยวญี่ปุ่น เมืองอะไร ช่วงไหนดี ท่องเที่ยวฤดูกาล ใบไม้เปลี่ยนสี ณ ประเทศญี่ปุ่น สักการะศาลเจ้าฮารุนะ ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริชมการแสดงยูโมมิแบบญี่ปุ่นโบราณ ทดลองทำเส้นโซบะด้วยตัวเอง ฟาร์มเพาะวาซาบิ ชมความสวยงามของปราสาทมัตสึโมโต้(ปราสาทอีกาดำ) ปราสาทนาโกย่า

เริ่มฤดูใบไม้ร่วงประมาณครึ่งเดือนแรกของเดือนพฤศจิกายน ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และเหลืองสลับกันโดยรอบ มุมมองที่ดีที่สุดที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิ ทะเลสาบ และใบเมเปิ้ลได้ก็คือชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาบ เป็นจุดนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปและเที่ยวกับกันที่บริเวณนี้ นอกจากนั้นในบริเวณไม่ไกลกันก็เป็นเขตหมู่บ้านชนบทน่ารักที่มีทั้งบ่อน้ำพุร้อน สวนสนุก พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และร้านรวงกระจุกกระจิกมากมาย เมืองทาคายาม่า หมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ นั่งกระเช้าชินโฮกาตะชมวิวแบบ 360 องศา ช้อปปิ้งย่านซาคาเอะ และ ย่านชินไซบาชิ พร้อมบริการอาหาร และ ที่พักระดับพรีเมี่ยม เดินทางโดยสายการบินไทย ถึงจะได้เห็น ใบไม้เปลี่ยนสี สวยๆ และสำหรับใครที่แพลนไปเที่ยวญี่ปุ่น ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนี่แหละเป็นอีกตัวเลือกที่ดีทีเดียว เราจะพาไปดู 24 สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นกัน เป็นสถานที่ชมใบไม้แดงยอดนิยมอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น เนื่องจากอากาศที่บริสุทธิ์ ธรรมชาติที่สวยงามไร้ซึ่งขยะและสารพิษ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างพากันมาเก็บภาพสวยๆจากใบไม้แดงตลอดช่วงที่ ใบไม้เปลี่ยนสี ที่หุบเขาโครังเคมีช่วงเวลาเปลี่ยนสีของใบไม้  แต่ละที่นั้นสวยงามสุดๆ ทำเป็นแผนที่ ญี่ปุ่น ให้ดูคร่าวๆ นะ บอกก่อนว่า อันนี้อ้างอิงจากข้อมูลในปีที่ผ่านมา อาจจะมีคลาดเคลื่อนบ้าง แต่ก็เก็บไว้เป็นไกด์ไลน์ได้เนอะฤดูกาลที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดฤดูหนึ่งของญี่ปุ่น ก็คือ ช่วง ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี นี่ล่ะ เป็นช่วงเวลาที่สุดแสนจะโรแมนติก ต้นไม้ใบไม้รอบ ๆ เมืองจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง-แดง เป็นบรรยากาศที่สวยงามสุด ๆ ไม่มีใครไม่หลงรักฤดูกาลนี้

ซึ่งการเปลี่ยนสีของใบไม้จะไล่จากทางภาคเหนือลงไปทางภาคใต้ของญี่ปุ่น เมืองโอตารุ คลองโรแมนติก “คลองโอตารุ” โรงงานช็อคโกแลตอิชิยะ โนโบะริเบทสึ เยี่ยมชมหมู่บ้านจำลองวิถีชีวิตของชาวเอโดะที่หมู่บ้านดาเตะจิไดมุระ เมืองซัปโปโร สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลเจ้าฮอกไกโด ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองเกียวโต เป็นสถานที่ชมใบไม้แดงที่มีชื่อเสียงมาก และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ใบไม้เปลี่ยนสี ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด เมื่อถึงฤดูการชมดอกไม้หรือใบไม้เปลี่ยนสี จะมีการเปิดไฟซ่องที่ต้นไม้และอาคารของวัดในช่วงหัวค่ำ ซึ่งสวยงามแปลกตาไปจากตอนกลางวันด้วย พิเศษ เมนูเจงกิสข่าน เซตขาปูยักษ์ พร้อมบริการที่พักระดับพรีเมี่ยม สลับกับเทศกาลชมดอกซากุระอากาศโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8-15 องศาเซลเซียส อากาศกำลังเย็นสบายดีทีเดียวและสำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดู ใบไม้เปลี่ยนสี มารวมกันตรงนี้เพราะสมาคมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้เผยตารางการพยากรณ์ ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น ครั้งที่ 1 ออกมาแล้วไปดูกันเลย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดอาซากุสะ สวนแห่งนี้เป็นสวนสไตล์ตะวันตกที่มีความสวยงามในฤดูใบไม้ร่วงไม่แพ้ที่อื่นเช่นกัน โดยเฉพาะบริเวณทิศใต้ของสวน เต็มไปด้วยต้นเมเปิ้ลสีแดง และต้อนกิงโกะสีเหลือง นั่งกระเช้าชินโฮตากะขึ้นสู่ยอดเขา เมืองทาคายาม่า หมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ ชมความงามของปราสาทนาโกย่า สวนผลไม้ ให้ท่านได้สนุกกับการเก็บผลไม้สด สนุกสนานกับลานสกีขนาดใหญ่

ช่างประกอบและซ่อมบำรุง สู่รายได้ที่ก้าวกระโดด…!!!

ช่างประกอบและซ่อมบำรุง ปัจจุบันการเติมโตของอุตสาหรรมไทย เป็นโมเดลของเศรษฐกิจที่เน้นคุณค่าและเน้นการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม รวมถึงการผลักดันอุตสาหกรรม โดยเฉพาะแผนพัฒนาศูนย์ช่างประกอบและซ่อมบำรุง อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตชิ้นส่วน และการซ่อมบำรุงเครื่องจักรของภูมิภาค

เมื่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลกเติบโตอย่างก้าวกระโดด ความต้องการบุคลากรในสายงานที่เกี่ยวข้องจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และไม่เพียงแค่อาชีพ “นักบิน” เท่านั้น แต่ยังรวมถึงอาชีพสนับสนุนอื่นๆ เช่น เจ้าหน้าที่บังคับการบิน พนักงานอำนวยการบิน (Flight Operation) และ ช่างประกอบและซ่อมบำรุงอากาศยาน ด้วย

ช่างประกอบและซ่อมบำรุงอากาศยาน ถือเป็นอีกหนึ่งสายงานที่กำลังเข้าสู่สภาวะขาดแคลน เช่นเดียวกันกับนักบิน โดยบริษัทโบอิ้งและแอร์บัส บริษัทผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของโลกได้ประมาณการความต้องการบุคลากรในสายงานดังกล่าวว่า ในอีก 20 ปีทั่วโลกจะมีความต้องการช่างเทคนิคด้านอากาศยานอีกกว่า 600,000 คน โดยเป็นภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกแห่งเดียวมีสัดส่วนความต้องการเกือบ 40%

ช่างประกอบและซ่อมบำรุง กับวิศวกรรมต่างกันอย่างไร ? หากพูดถึงวิศวกรคือคนที่ดูแลระบบในภาพรวมขนาดใหญ่ ส่วนช่างก็จะได้ดูในรายละเอียดปลีกย่อย ในแต่ละจุดภายใต้การดูแลของวิศวกรนั้นเอง หากใครมีความฝันที่จะเป็นวิศวกรเครื่องบินแต่ไม่ได้จบมาทางด้านวิทย์ คณิต มาสามารถเป็นช่างประกอบและซ่อมบำรุงเครื่องบินได้เช่นกัน อย่างที่สาขาเทคโนโลยีซ่อมบำรุงอากาศยาน อาจเป็นทางเลือกที่ดี ให้กับน้องๆ ที่เรียนสายศิลป์ ปวช. และปวส. ถึงแม้ด้านวิชาการอาจจะไม่ได้แข็งแรงแต่ก็สามารถเข้ามาเรียนได้หลักสูตรนี้ได้

ต้องเรียนอะไร ที่ไหนเปิดสอนบ้าง?

ในปัจจุบันมีสถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรช่างประกอบและซ่อมบำรุงอากาศยาน และวิศวกรรมการบินอยู่จำวน 7 แห่ง สามารถผลิตบุคลากรได้ประมาณ 300-400 คนต่อปี ในขณะที่ความต้องการของตลาดงาน ต้องการมากว่า 400 คนต่อปี และในประเทศไทยมีจำนวนช่างซ่อมบำรุงอากาศยานอยู่ราว 8,000-9,000 คน (เป็นช่างของการบินไทยประมาณ 4,500 คน) ในจำนวนนี้มีเพียง 10% ที่ได้รับใบอนุญาตที่เป็นสากล

โดยช่างอากาศยานหรือช่างประกอบและซ่อมบำรุงอากาศยาน ส่วนมากจะเป็นหลักสูตร ปวส. หรือ อนุปริญญา ที่เรียน 2 ปี รายวิชาที่เรียนจะเป็นความรู้พื้นฐานระบบต่างๆ ของเครื่องบิน ไม่เน้นการคำนวนและการเรียนออกแบบ ไม่มีรายวิชาสามัญ หลักสูตรจะเน้นเรื่องภาคปฎิบัติค่อนข้างมาก เช่น เช้าเข้าเรียน Lecture บ่ายฝึกงานใน shop เกือบตลอดหลักสูตร ที่สถาบันการบินพลเรือนการสอนในห้องเรียนจะเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด เพราะจบมาการทำงานต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก ตำราซ่อมบำรุงเครื่องบินทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ซึ่งรูปแบบการสอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละสถาบันด้วย

เปิดเส้นทางช่างประกอบและซ่อมบำรุงอากาศยาน สู่รายได้ก้าวกระโดด

ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตรทางวิชาชีพที่สามารถนำไปต่อยอดเป็นใบอนุญาตระดับสากล ขยายโอกาส และยกระดับการทำงานรองรับความต้องการของนานาชาติได้ ซึ่งจะมีผลให้ได้รับค่าตอบแทนที่สูงขึ้นตามไปด้วย ในอนาคตได้การศึกษาไทยได้วางแผนที่จะเปิดหลักสูตรอื่นๆ เพิ่มเติม อาทิ หลักสูตรซ่อมชิ้นส่วนอากาศยาน หลักสูตรธุรกิจการบิน รวมไปถึงการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีเพื่อให้สอดรับกับความต้องการของคนไทย

ช่างประกอบและซ่อมบำรุงในอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้สนใจตัวปริญญา แต่เขาสนใจตัวที่เป็นใบอนุญาต ในต่างประเทศเวลาเขาหาคนที่มาเป็นช่างประกอบและซ่อมบำรุงเขาจะสนใจว่ามีใบรับรองหรือไม่ และเขาจะพิจารณาในส่วนนี้ร่วมกับประสบการณ์ นั่นหมายความว่าช่างซ่อมเวลาได้ใบประกาศนียบัตรวิชาชีพแล้วยังต้องไปพัฒนาตัวเองต่ออีก แต่เป็นการพัฒนาตัวเองในขณะที่ทำงานรับเงินเดือนอยู่ในอุตสาหกรรมการบินแล้ว ขณะยังไม่ได้ใบอนุญาตจะได้รับค่าตอบแทนประมาณ 20,000–30,000 บาทต่อเดือน จนสอบได้ใบอนุญาต พอได้ก็จะมีค่าตัวที่สูงขึ้นอีกประมาณ 2 เท่าตัว