ชินคันเซ็น ความเร็วที่น่าทึ่ง…!!!

ชินคันเซ็น : 新幹線 : ( shinkansen ) ถ้าจะให้แปลตามตัวก็คงจะแปลว่า รถไฟสายหลักสายใหม่

ชิน 新 : shin : แปลว่าใหม่

คันเซ็น :  幹線 : kansen แปลว่า (รถไฟ) สายหลัก ( 幹 แปลว่า หลัก,ลำต้น 線 แปลว่า เส้น ,สาย)

เพราะรถชินคันเซ็นนี้จะวิ่งอยู่บนรางที่ออกแบบมาโดยเฉพาะคือกว้างกว่ารางรถไฟปกติ ซึ่งทำให้วิ่งได้เร็วมากขึ้น ก็เลยจะต้องทำรางใหม่ทั้งหมด รถไฟหัวกระสุนนี้มีเริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 1964 ซึ่งเป็นปีที่มีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียว โดยเริ่มต้นเชื่อมระหว่างโตเกียวกับโอซาก้า ต่อมาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันเชื่อมเมืองใหญ่ๆ ในญี่ปุ่นเกือบครบทุกเมืองแล้ว

ด้วยเหตุที่รางรถไฟต้องทำใหม่ทั้งหมด ทำให้มีบางเมืองที่สถานีรถไฟเก่าคับแคบไม่สามารถทำรางเพิ่มได้ ก็เลยต้องสร้างสถานีใหม่เพื่อรองรับรถชินคันเซ็นโดยเฉพาะ เวลาตั้งชื่อสถานีใหม่ก็จะใส่คำว่า ชิน (新) ที่แปลว่าใหม่ ไว้ข้างหน้า เช่นที่โอซาก้า เวลาจะขึ้นรถชินคันเซ็นก็ต้องไปที่สถานีชินโอซาก้า (新大阪駅)หรือ สถานีโอซาก้าแห่งใหม่ และด้วยความเร็วของรถชินคันเซ็น คือ ใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงครึ่งจากโตเกียวไปโอซาก้า ในขณะที่รถไฟธรรมดาใช้เวลาหกชั่วโมง ก็เลยทำให้ค่าโดยสารค่อนข้างแพง แพงกว่านั่งเครื่องบินอีกครับ เพราะถ้าใช้เครื่องบินสนามบินก็อยู่ไกลจากตัวเมือง กว่าจะนั่งรถไปถึงสนามบิน ไหนจะต้องจองตั๋วไว้ล่วงหน้า แถมก่อนจะขึ้นก็ต้องโดนตรวจหลายๆ อย่าง ทำให้เสียเวลาไปเยอะกว่าทั้งๆ ที่เครื่องบินใช้เวลาบินจากโตเกียวไปโอซาก้าไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง แต่ถ้าใช้รถไฟสถานีก็อยู่เกือบๆ ใจกลางเมือง แถมไปถึงสถานีซื้อตั๋วปุ๊บก็ขึ้นได้ทันที ไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก ด้วยเหตุนี้ก็เลยทำให้มีคนนิยมใช้บริการรถชินคันเซ็นมากกว่าเครื่องบิน ทำให้ต้องลดราคาตั๋วเครื่องบินลงเพื่อดึงคนให้มาใช้บริการ

อย่างไรก็ดีรถชินคันเซ็นก็ยังมีหลายประเภทขึ้นอยู่กับ จำนวนสถานีที่จอดระหว่างทาง กับความเร็วสูงสุดที่สามารถวิ่งได้ ทำให้ราคาค่าโดยสารแตกต่างกัน ก็เลยกำหนดชื่อเรียกประเภทของรถไว้แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่จะตั้งให้มีความหมายเกี่ยวข้องความเร็วทั้งนั้น เช่น ฮิกะริ ひかり ที่แปลว่า แสง หรือ โคดะมะ こだま ที่แปลว่า เสียงสะท้อน หรือ โนโซมิ のぞみ ซึ่งแปลว่า ความหวัง

ใครที่เคยไปประเทศญี่ปุ่นหรืออาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่น ก็น่าจะเคยได้ใช้บริการรถไฟหัวกระสุนหรือชินคันเซ็นกันมาบ้างแล้ว ซึ่งล่าสุดทางบริษัท Central Japan Railway Company (JR Central) ก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่ารถไฟหัวกระสุนรุ่นใหม่อย่าง Chuo Shinkansen กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ ซึ่งเราจะขอแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับรถไฟสายนี้ให้ทราบกัน

ชูโอชินคันเซ็น (Chuo Shinkansen) คือ เวอร์ชั่นอัพเกรดของรถไฟชินคันเซ็นอันเลื่องชื่อของญี่ปุ่น โดยขบวน Nozomi นั้น มีความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 218 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเคยทำสถิติสูงสุดถึง 319 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในการทดลองวิ่งเมื่อปี 1979 อย่างไรก็ตามชินคันเซ็นรุ่นใหม่นี้จะมีความเร็วสูงสุดถึง 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยจะเปิดให้บริการเส้นทางระหว่างโตเกียวกับนาโกย่าภายในปี 2027 และจะเปิดให้บริการส่วนต่อขยายจนถึงโอซาก้าภายในปี 2045

สิ่งที่ทำให้ชูโอชินคันเซ็นต่างจากรถไฟทั่วไปและรถไฟหัวกระสุนแบบอื่น ๆ คือ การใช้ระบบรถไฟแบบขับเคลื่อนด้วยการยกตัวของแม่เหล็กไฟฟ้าหรือแม็กเลฟ (Maglev ย่อมาจาก Magnetic Levitation) ซึ่งแค่ชื่อก็ชวนให้อยากลองไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต ทั้งนี้ชูโอชินคันเซ็นได้รับการพัฒนาให้สามารถวิ่งได้อย่างราบเรียบยิ่งขึ้น โดยไม่มีแรงเสียดทานเพราะรถไฟวิ่งแบบลอยตัวอยู่เหนือพื้น เป็นที่คาดกันว่าชูโอชินคันเซ็นจะได้รับการปรับโฉมใหม่ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น โดยนอกจากจะช่วยให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถเดินทางท่องเที่ยวระหว่างเมืองต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่นได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นแล้ว ยังช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางโดยเฉพาะคนทำงานและคนในท้องถิ่น ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางไปได้กว่าครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว แม้ว่าทาง JR Central มีแผนจะดำเนินโครงการนี้ให้แล้วเสร็จทันการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2020 ที่ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพ เพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ แต่ก็เกิดความล่าช้าขึ้นจนคาดว่าน่าจะแล้วเสร็จไม่ทันปี 2020

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *